ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[คำว่า ตทารมฺพณ มีความหมาย ๒ อย่าง คือ
- จิตที่มีอารมณ์ของชวนจิต = ตํ อารมฺมณ์ เอตสฺสติ ตทารมฺพณํ (มาจาก ต + อารมฺมณ
+ เอต)
- จิตที่มีอารมณ์เหมือนอารมณ์ของชวนจิต = ตสฺส ชวนสุส อารมฺมณ์ อสฺส อารมฺมณนฺติ
ตทารมฺพณํ (มาจาก ต + อารมฺมณ + อารมฺมณ + ต]
พระอนุรุทธอาจารย์หมายเอาภาวะ[คือตทารมฺมณกิจที่จิตมีอารมณ์เหมือนอารมณ์
ของชวนจิตนั้นในที่นี้
[คำว่า ตทารมฺพณ ในที่นี้มีรูปวิเคราะห์ต่อมาจากรูปวิเคราะห์เดิมว่า ตทารมฺมณสุส ภาโว
ตทารมฺพณํ = ตทารมฺมณฺฆ คือ ภาวะของตทารมฺมณจิต บทนี้จึงหมายถึงภาวะของตทารมฺมณจิตอัน
ได้แก่ ตทารมฺมณกิจ ตามหลักภาษาเรียกว่า อนตโลปสมาส คือ บทสมาสที่ลบคำหลัง ซึ่งได้แก่ ภาว
ศัพท์ในที่นี้]
จุติ คือ การเคลื่อน กล่าวคือ พ้น ย้ายไปจากภพที่เกิดอยู่
๑๙. บัดนี้ พระอนุรุทธอาจารย์แสดงประเภทของฐานเพื่อแสดงว่า กิจเหล่านั้น
ย่อมไม่เป็นไปโดยไม่มีกำหนด แต่เป็นไปด้วยการกำหนดฐานนั่นเอง
ฐาน คือ ที่ตั้ง กล่าวคือ สถานที่เกิดเสมอของจิตซึ่งมีกิจนั้นๆ [สถานที่ซึ่งจิตทำ
หน้าที่นั้นๆ] ความหมายก็คือ ระยะกาลในระหว่างนั้นๆ ความจริงระยะกาลได้ชื่อว่า ฐาน
เพราะเป็นสถานที่เป็นไปต่อเนื่องแห่งธรรมที่มีระยะกาล
ปฏิสนธิฐาน คือ ที่ตั้งของปฏิสนธิกิจ หมายถึง ระยะกาลแห่งปฏิสนธิจิต หรือขณะ
เกิดปฏิสนธิจิต ฐานอื่นอกจากนี้ก็เหมือนกัน [คือเป็นที่ทำกิจ หรือเป็นขณะเกิดของจิตที่
มีกิจนั้น]
(๙๖) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “ปฏิสนธิฐาน คือ ที่ตั้งแห่งปฏิสนธิกิจ” แล้วกล่าว
ว่า “ฐานที่พ้นจากปฏิสนธิกิจย่อมไม่มี แต่พึงทราบว่าเป็นความดำริในสิ่งที่ไม่ต่างกันให้
คล้ายกับว่าต่างกันเพื่อให้เข้าใจง่าย เหมือนคำว่า สิลาปุตฺตภกสุส สรีร์ (แท่งลูกหินบด) [ดู
ปริจเฉทที่ ๑ อธิบายจิต]” ข้อความนั้นไม่พึงเชื่อถือ เพราะกาลเวลาแม้ไม่มีจริงโดยสภาวะ