ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ก็เป็นบัญญัติธรรมอย่างหนึ่งซึ่งเป็นอารมณ์เฉพาะของจิต ดังในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า
อิเมสํ อฏฐจนฺนํ มหาวิปากจิตฺตานํ วิปจุจนฺภูฐานํ เวทิตพฺพํ. เอตานิ หิ จตูสุ ธาเนสุ
วิปจุจนฺติ, ปฏิสนฺธิยํ ภงฺเค จุติยํ ตทารมุมเณ.๙
“พึงทราบฐานะที่ให้ผลของมหาวิปากจิต ๘ ดวงเหล่านี้ จิตเหล่านั้นย่อมให้ผล
ในฐานะ ๔ คือ ปฏิสนธิ ภวังค์ จุติ และทารุมณ์”
เมื่อพระอรรถกถาจารย์จะอธิบายความนั้น ได้กล่าวระยะกาลว่า
ปฏิสนฺธิคหณกาเล ปฏิสนฺธิ หุตฺวา วิปจุจนฺติ. อสงฺเขยยมปิ อายุการ์ ภงฺคำ
หุตฺวา มรณกาเล จุติ หุตฺวา.๑๐
“จิตเหล่านั้นให้ผลเป็นปฏิสนธิจิตในเวลาถือปฏิสนธิ เป็นภวังคจิต ตลอดช่วง
อายุแม้อสงไขยหนึ่ง และเป็นจุติจิตในเวลาเสียชีวิต”
หากไม่เป็นดังนี้ พระอนุรุทธาจารย์ควรกล่าวว่าฐานมี ๑๔ อย่างเหมือนกิจ
ส่วนการจำแนกฐานโดยพิสดาร พึงทราบโดยคล้อยตามนัยที่จิตดำเนินไปใน
ปวัตติสงคหะ ๒ ปริจเฉทต่อไป [วิถีสงคหะและวิถีมุตตสงคหะ]
๒๐. กุศลที่มีเหตุ ๒ [อโลภเหตุและอโทสเหตุ] อย่างอ่อน แม้ประกอบกับโสมนัส
ก็ให้ผลปฏิสนธิที่เป็นโสมนัสเวทนาไม่ได้ เพราะมีกำลังน้อยมาก โสมนัสสันตืรณจิตจึงไม่
เข้าถึงปฏิสนธิฐาน ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เทว อุเปกุขาสหคตสนฺตีรณจิตฺตานิ เจว
(สันตีรณจิตที่ประกอบกับอุเบกขาเวทนา ๒ ดวง...ชื่อว่า ทำหน้าที่ปฏิสนธิ เป็นภวังค์ และ
จุติ) โดยแท้จริงแล้ว โสมนัสสันตีรณจิตไม่มีแสดงไว้ในปฏิสนธิฐานของคัมภีร์ปัฏฐาน
ปิติสคตติกะ ปฏิจจวาระ เหตุปัจจฉิก๑๑
๒๕. มโนทวารวัชชนจิตแม้เป็นไป ๒ หรือ ๓ ครั้ง ในปริตตารมณ์หรืออวิภูตา-
รมณ์ ก็ปราศจากความเร็วของชวนจิต เพราะมีกำลังน้อยเนื่องจากได้รับปัจจัยจากกระแส
วิบาก ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อาวชชนทฺวยวชชิตานิ (ยกเว้นอาวัชชนจิต ๒ ดวง)