Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณณสังคหะ (ประมวลจิตและเจตสิกทั่วไป) ๓๓๙

(๕๗) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวถึงเหตุว่า “เพราะปราศจากการเสวยรสของอารมณ์”
เหตุนั้นไม่สมควร เพราะการเสวยรสของอารมณ์ไม่ใช่เหตุแห่งความสำเร็จของชวนกิจ
และการได้รับชื่อว่า ชวนะ แต่ภาวะนั้นเป็นผลของความสำเร็จแห่งชวนกิจ

แม้ผลจิตจะไม่มีสภาพของอาเสวนปัจจัย ก็ประกอบด้วยความเร็ว ย่อมเป็นไป
ให้อารมณ์ได้เพราะมรรคเจตนามีอานุภาพมาก และเป็นไปด้วยอานุภาพของบริกรรมภาวนา
ท่านจึงถือเอาผลจิตในชวนจิตทั้งหลาย

(๕๘) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “โลกุตตรมรรคเป็นต้นแม้มีขณะจิตเดียวก็ชื่อว่า
ชวนกิจ เพราะความมีสภาวะนั้น” โดยมุ่งหมายว่า “ชวนกิจไม่บริบูรณ์เพราะมรรคชวนะ
และอภิญญาชวนะเป็นไปครั้งเดียวเท่านั้น” แล้วยืนยันข้อความนั้นด้วยการเปรียบพระสัพพัญ-
ญุตญาณ ข้อความนั้นไม่สมควร

๒๗. บัดนี้ พระอนุรุทธาจารย์กล่าวว่า เตสุ ปน (อนึ่ง ในบรรดากิจเหล่านั้น
สันตีรณจิตที่ประกอบกับอุเบกขาเวทนา ๒ ดวง ได้ชื่อว่า ทำหน้าที่ ๕ อย่าง โดยประเภท
แห่งปฏิสนธิกิจ ภวังคกิจ จุติกิจ ตทารัมมณกิจ และ สันตีรณกิจ) เป็นต้น เพื่อประมวล
จิตที่มีจำนวนกิจเสมอกัน

อธิบายคาถาสรุป

๓๓. พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า จิตมีปฏิสนธิจิตเป็นต้น

(๕๙) ในคัมภีร์วิภาวนีประกอบบทว่า “โดยประเภทแห่งชื่อและกิจ” ข้อความ
นั้น่างาม เพราะไม่มีประเภทแห่งชื่อที่จะพึงกล่าวอีก

๓๔. พึงประกอบบทว่า พึงแสดงกิจและฐานของจิตซึ่งมีจำนวน ๑ ๒ ๓ ๔ และ
๕ [ตามสมควรที่มีในจิตเหล่านี้คือ] ๖๘ ดวง ๒ ดวง ๙ ดวง ๘ ดวง และ ๒ ดวง ตามลำดับ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka