Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

คำว่า ปฏิจุจ (อาศัย) แม้วังคจิตก็พึงถือเอาเป็นภวังคจิต ๒ ดวงที่อยู่ติดกับอาวัชชน-จิตเท่านั้นในพระบาลีนี้ เนื่องจากหมายเอาปัจจัยไกลอย่างเดีย แต่ในปริจเฉทนี้หมายเอาภวังคจิตทั้งหมด เพราะพระอนุรุทธอาจารย์ได้ประมวลสภาวธรรมในอุปปัตติภพทั้งหมดตามสมควรแก่ความเป็นทวาร ความจริงภวังคจิตดวงใดดวงหนึ่งอันไม่สมควรแก่ความเป็นมโนทวารหาไม่มี พึงยุติเรื่องนี้ด้วยประการฉะนี้

๓๙. คำว่า ตตฺถ (ในบรรดาทวารเหล่านั้น) ลงสัตตมีวิภัตติในอรรถนิธารณะ (กลุ่มที่กระจายส่วนย่อยออก)

พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า ในบรรดาทวาร ๖ เหล่านั้น...ในจักขุทวาร

คำว่า ยถาหํ (ตามสมควร) มีความหมายว่า โดยคล้อยตามอารมณ์ ภูมิ บุคคล และมนสิการ เป็นต้น

คำว่า สพฺพถากปิ แปลว่า โดยประการทั้งปวง กล่าวคือ จิต ๔๖ ดวงทีละดวงไป พึงสัมพันธ์บทนี้กับคำว่า จตุปปญฺญาส (๕๔ ดวง) ด้วยการนับจิตที่ยังไม่ได้นับ อีกนัยหนึ่ง คำว่า สพฺพถากปิ มีความหมายว่า โดยประการทั้งปวงซึ่งประกอบด้วยกิจต่างๆ จำนวนมาก อันมีอาวัชชนกิจเป็นเบื้องต้นและตาหารัมมณกิจเป็นที่สุด

พึงสัมพันธ์บทนี้กับคำว่า กามาวจราเนว (เป็นกามาวจรจิต)

๔๑. ทวาริกจิต คือ จิตที่มีกิจอันมีอาวัชชนกิจเป็นต้นเป็นไปโดยอาศัยความเปลี่ยนแปลงของทวาร เพราะเป็นสภาวะประกอบในทวาร ส่วนกิจคือปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ ย่อมสำเร็จด้วยอำนาจของกรรมอย่างเดียวโดยปราศจากความเปลี่ยนแปลงของทวาร จิตที่มีกิจเหล่านั้นจึงไม่ชื่อว่า ทวาริกจิต ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เอถุน ฯเปฯ ทวาร-วิมุตฺตานิ(จิต ๑๙ ดวง โดยประเภทแห่งปฏิสนธิจิต ภวังคจิต และ จุติจิต เป็นจิตไม่เกี่ยวข้องกับทวาร)

ความเปลี่ยนแปลงของทวารในที่นี้ คือ ความไหวของภวังคจิตเนื่องด้วยการให้อารมณ์มาปรากฏในตน และมีการประกอบด้วยความสามารถพิเศษคือการที่จักขุประสาท เป็นต้นก่อให้เกิดจิตในตน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka