ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
(๑๐๕) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “ชื่อว่า ทวารวิมุตติ (ไม่เกี่ยวข้องกับทวาร) เพราะ
ไม่เป็นไปในจักขุทวารเป็นต้น และไม่เป็นไปด้วยการรับรู้อารมณ์อื่นนอกจากความเป็นภวังคจิต
ที่เรียกว่ามโนทวาร” ข้อความนั้นไม่สอดคล้องกับคัมภีร์อรรถกถา[คืออภิธัมมัตถสังคหะ]
อีกด้วย เพราะพระอนุรุทธาจารย์กล่าวว่า
ปฏิสนฺธิภวญฺจตฺติเสน.๑๔
“โดยประเภทแห่งปฏิสนธิจิต ภวังคจิต และ จุติติต”
ความจริงพระอนุรุทธาจารย์แสดงความเป็นจิตที่เกิดในทวารและไม่เกี่ยวข้องกับ
ทวารด้วยความมีกิจเป็นหลักสำคัญ จึงกล่าวว่าจิตเกิดในจักขุทวารเป็นต้นโดยมีกิจเป็น
หลักสำคัญด้วยคำที่กล่าวไว้แล้วเป็นต้นว่า ปญฺจทวาราวชฺชนฯ ยเปฯ ตทารมุมณวเสเน (โดย
ประเภทแห่งปัญจทวาราววัชนจิต จักขุวิญญาณจิต สัมปฏิจฉันจิต สันตีรณจิต โวฏฐัพพนนจิต
กมาวจรชวนจิต และ ตทารัมมณจิต)
ถามว่า : ข้อความดังกล่าวแสดงไว้ด้วยคำว่า “เพราะไม่เกิดในจักขุทวารเป็นต้น”
มิใช่หรือ
ตอบว่า : ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น เพราะประโยคอธิบายซึ่งปราศจากการระบุอรรถ
ไว้โดยตรงและไม่ปฏิเสธเนื้อหาที่น่าสงสัย ย่อมจะหาประโยชน์มิได้
๔๕. ความหมายก็คือ [สันตีรณจิตที่ประกอบกับอุเบกขาเวทนาและมหาวิบากจิต]
เป็นจิตที่เกิดในทวาร ๖ โดยประเภทแห่งสันตีรณกิจและตทารัมมณกิจ และเป็นจิตที่ไม่
เกี่ยวข้องกับทวาร โดยประเภทแห่งปฏิสนธิกิจเป็นต้น
๔๗. ปัญจทวาริกะ คือ จิตที่เกิดขึ้นในทวาร ๕ ทวารและ ๖ ทวาร
ฉทวาริกวิมุตตะ คือ จิตที่เกี่ยวข้องกับทวาร ๖ ทวารในบางคราว และพ้นจาก
ทวาร ๖ ในบางคราวคำว่า ทวาร ในบทนี้ ประกอบไว้ด้วยการติดตามมา