Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณกสังคหะ (ประมวลจิตและเจตสิกโดยทั่วไป) ๓๔๙

ข้อความ[ในคัมภีร์วิภาวนี]ว่า “เนื่องจากไม่มีความพินาศ” นี้ เป็นเหตุให้นิพพาน
และบัญญัติพ้นจากอดีตกาลอย่างเดียว จึงไม่ได้แสดงว่าพ้นจากกาลอื่น

ส่วนการจำแนก[จิตและอารมณ์ของจิต]ตามสมควร จักปรากฏต่อไปในอาลัมพณ-
สังคหะนี้ด้วยคำเป็นต้นว่า เตสุ (ในบรรดาจิตเหล่านั้น จักขุวิญญาณจิตเป็นต้นมีอารมณ์
เป็นอย่างๆ เท่านั้น เช่น รูปารมณ์ เป็นต้น ตามลำดับ)

๕๓. พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า อนึ่ง อารมณ์ของจิตที่พ้นไปจากจากทวาร มี
๖ อย่าง

อารมณ์ของจิตที่พ้นไปจากทวารเหล่านี้ ย่อมไม่เหมือนกับอารมณ์ของอาวัชชนจิต
เป็นต้นที่เกิดทางทวาร ๖ ทวารซึ่งเป็นอารมณ์ที่ได้รับรู้บ้าง ไม่ได้รับรู้บ้าง ทางทวารใด
ทวารหนึ่งก่อน[เกิดวิถีจิต] ในภพอื่นหรือภพนี้ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ภวตฺเตเร ฉทฺวารค-
คหิตํ (รับรู้ได้ทางทวารทั้ง ๖ ในภพอื่น) โดยแท้จริงแล้ว อารมณ์ของบุคคลผู้ปรารถนาภพ
พิเศษและได้กระทำกรรมแล้วไปเกิดในภพนั้น ย่อมถูกรับรู้ได้ทางทวารใดทวารหนึ่ง

(๑๑๐) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “พระอนุรุทธอาจารย์กล่าวว่า ‘รับรู้ได้ทางทวาร
ทั้ง ๖ เพื่อแสดงว่า อารมณ์ของจิตที่พ้นไปจากทวารเหล่านั้น ไม่ถูกรับรู้ทางทวารใดทวาร
หนึ่ง ย่อมถึงความเป็นอารมณ์ เหมือนอารมณ์ของอาวัชชนจิต [ปัญจทวาราววัชชนจิต] ซึ่ง
ไม่ถูกรับรู้ทางทวารใดทวารหนึ่งแล้วถึงความเป็นอารมณ์” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะ
อารมณ์ของปัญจทวาราววัชชนจิตย่อมถูกรับรู้บ้าง ไม่ถูกรับรู้บ้างทางทวารใดทวารหนึ่ง
หมายความว่า อารมณ์ที่บุคคลรับรู้มาก่อนว่า เราจักได้รับสิ่งนี้ จักบริโภคสิ่งนี้ จักเห็นสิ่งนี้
เป็นอารมณ์ของอาวัชชนจิตได้ และความเป็นอารมณ์ที่จิตดวงใดดวงหนึ่งไม่เคยรับรู้มาก่อน
ในอาวัชชนวิถีหนึ่ง ก็ไม่สำคัญในที่นี้

ท่านกล่าวว่า ปจฺจุปปนฺนมตฺตํ ปญฺญตฺติฏฐก์ วา (เป็นปัจจุบัน อดีต หรือเป็นอารมณ์
บัญญัติ) เพื่อแสดงว่า อารมณ์ของจิตที่พ้นแล้วจากทวารเหล่านี้ ต่างจากอารมณ์ของจิตที่
เป็นไปในทวาร ๕ ซึ่งเป็นปัจจุบันแน่นอน และไม่เหมือนกับอารมณ์ของจิตที่เป็นไปใน
มโนทวารซึ่งมีกาล ๓ กาล หรือพ้นจากกาลทั่วไป [หมายความว่า ไม่ใช่อารมณ์บัญญัติที่

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka