Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ยมสฺส ทูตา เทว ยุกขา.๑๘

“ยักษ์ ๒ ตนผู้เป็นทูตของพระยายมราช”๑๘

อาจารย์บางท่านกล่าวอีกว่า เวสสุวัณทูตา อิธยมสฺส ทูตา๑๙ (ในพระสูตรนี้ ทูตของท้าวเวสสุวัณกล่าวว่าเป็นทูตของพระยายมราช) ดังนั้น บุคคลผู้เสพอารมณ์ของสมถกรรมฐานมีกสิณและอสุภะเป็นต้น เป็นอย่างดีแล้ว ดำรงอยู่ในอุปจารณานรับ[ปฏิภาค]นิมิตแล้วเสียชีวิต อารมณ์ของปฏิสนธิจิต ในกามภูมิของเขาย่อมไม่ถูกรับรู้ทางทวารใดทวารหนึ่งในภพอื่น ผู้ที่ไปเกิดในกามภูมินี้จากพรหมโลกด้วยอานุภาพของอุปจารณาน ก็มีนัยเดียวกัน

ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “อารมณ์มีกรรมนิมิตเป็นต้น ย่อมปรากฏแก่ปฏิสนธิจิตของผู้ที่จุติจากอสงสัญญาภพด้วยแรงกรรมอย่างเดียว” ในพากย์นั้น อาทิ (เป็นต้น) ศัพท์ในคำว่า “มีกรรมนิมิตเป็นต้น” พึงรวมเอากรรมอีกด้วย เพราะไม่มีเหตุที่จะเว้นกรรมไว้ เนื่องจากอารมณ์ทั้งหมดย่อมปรากฏในปฏิสนธิกาล ด้วยแรงกรรมที่ก่อให้เกิดปฏิสนธิจิต

ส่วนอารมณ์ที่เป็นอนาคตเมื่อจะปรากฏขึ้น ก็ควรเป็นคตินิมิตอารมณ์เท่านั้นและหน้าที่โดยเฉพาะของอารมณ์ที่เป็นอนาคตนั้นย่อมไม่มี เมื่อคตินิมิตที่เป็นปัจจุบันสำเร็จ คตินิมิตที่เป็นอนาคตก็สำเร็จเช่นกัน ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปจฺจุปปนฺนมตฺตํ ปญฺญตฺติ-ภูตํ วา (เป็นปัจจุบัน อดีต หรือเป็นอารมณ์บัญญัติ)

[คัมภีร์อนุทีปนีอธิบายว่า อารมณ์ที่พึ่งเสวยตลอดชีวิตของผู้ที่เป็นไปในภพนั้น เป็นอารมณ์ปัจจุบันที่มีปรากฏในขณะนั้นบ้าง เป็นอนาคตอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นมาจากนั้นบ้าง เมื่ออารมณ์ปัจจุบันปรากฏอยู่ อารมณ์ของปฏิสนธิจิตย่อมสำเร็จ ส่วนอนาคตอารมณ์ แม้ไม่ปรากฏอยู่จริงเหมือนอารมณ์ปัจจุบัน ก็นับเข้าในอารมณ์ปัจจุบัน]

(๑๑๒) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวเหตุว่า “อนาคตอารมณ์ไม่ใช่อารมณ์ที่เคยเสวยเหมือนอดีตอารมณ์ และไม่มาปรากฏเหมือนคตินิมิตที่เป็นปัจจุบัน” เหตุนั้นไม่สมควรเพราะไม่ขจัดความสงสัย ความจริงคตินิมิตแม้เป็นปัจจุบันก็ไม่ใช่อารมณ์ที่เคยเสวยมาก่อน คตินิมิตนั้นมาปรากฏด้วยแรงกรรม หากเป็นดังนี้ไม่มีความสงสัยว่า “คตินิมิตที่เป็น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka