Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ทวิปัญจวิญญาณจิตเกิดและเป็นไปโดยอาศัยจักขุประสาทเป็นต้นแล้ว ย่อมปรารภอารมณ์
คือรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ซึ่งจำแนกเป็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์เป็นต้น ดังนั้น จึงมี
อารมณ์เป็นกามาวจร (ปริตตารมณ์)

ส่วนมโนธาตุ ๒ ดวงที่เป็นกุศลวิบากและอกุศลวิบาก (สัมปฏิจฉนจิต) เกิดและเป็นไป
โดยอาศัยหทัยวัตถุแล้ว ย่อมปรารภรูปารมณ์เป็นต้นอย่างแน่นอนต่อจากจักขุวิญญาณจิตเป็นต้น
ดังนั้น จึงมีอารมณ์เป็นกามาวจร

มโนวิญญาณธาตุที่เป็นผลของกุศลไม่มีเหตุและประกอบด้วยโสมนัส (โสมนัสสันตีรณจิต)
ย่อมเป็นไปโดยปรารภปริตตารมณ์ ๖ อย่างมีรูปารมณ์เป็นต้นอย่างแน่นอนโดยประเภทแห่งสันตีรณ-
กิจทางทวาร ๕ และโดยประเภทแห่งตทารัมมณกิจทางทวาร ๖ ดังนั้น จึงมีอารมณ์เป็นกามาวจร

มโนวิญญาณธาตุ ๒ ดวงที่เป็นผลของกุศลและอกุศลไม่มีเหตุ (อุเบกขาสันตีรณจิต) ย่อม
เป็นไปโดยปรารภปริตตารมณ์ ๖ อย่างมีรูปารมณ์เป็นต้นอย่างแน่นอนโดยประเภทแห่งสันตีรณกิจ
ทางทวาร ๕ และโดยประเภทแห่งตทารัมมณกิจในทวาร ๖ เมื่อเป็นไปโดยประเภทแห่งปฏิสนธิกิจ
ย่อมรับอารมณ์ที่เป็นกรรมอารมณ์ซึ่งเป็นกามาวจร กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์ เมื่อ
เป็นไปโดยประเภทแห่งภวังคกิจในปวัตติกาล และโดยประเภทแห่งจุติกิจในที่สุดย่อมรับเอาอารมณ์
มีกรรมอารมณ์เป็นต้นนั่นนั่นแหละ ดังนั้น จึงมีอารมณ์เป็นกามาวจร

ส่วนวิปากจิตที่มีเหตุ ๘ ดวง (มหาวิปากจิต) ย่อมเป็นไปโดยปรารภอารมณ์ที่เป็นกาม่า-
จรเท่านั้น โดยประเภทแห่งตทารัมมณกิจ และโดยประเภทแห่งปฏิสนธิกิจ ภวังคกิจ และจุติกิจ
มโนธาตุที่เป็นกิริยา (ปัญจทวาราวัชชนจิต) ย่อมเป็นไปโดยปรารภรูปารมณ์เป็นต้นในทวาร ๕ มโน-
วิญญาณธาตุที่เป็นกิริยาไม่มีเหตุประกอบด้วยโสมนัส (หสิตุปปาทจิต) ย่อมเป็นไปขณะกระทำอาการ
ร่าเริงแก่พระขีณาสพ โดยปรารภรูปารมณ์เป็นต้นที่เป็นกามาวจรอันเป็นปัจจุบันผ่านทางทวาร ๖ และ
ที่เป็นอดีตและอนาคตทางมโนทวาร ดังนั้น จึงมีอารมณ์เป็นกามาวจร

โดยประการดังนี้ จิตตุปบาท ๒๕ ดวงเหล่านี้ พึงทราบว่ามีอารมณ์เป็นกามาวจร
อย่างแน่นอน]

๕๗. โลกุตตรธรรมเป็นอารมณ์ของญาณเท่านั้น เพราะลึกล้ำยิ่งนัก ฉะนั้น ท่าน
จึงกล่าวว่า อกุศล ฯลฯ โลกุตตรชุชิตสพพารมุมณานิ (จิตเหล่านี้คือ อกุศลจิต และ
กามาวจรชวนจิตที่ไม่ประกอบด้วยญาณ มีอารมณ์ได้ทุกอย่างยกเว้นโลกุตระ)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka