Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

บางคนสำคัญว่าเป็นทวันทสมาส ตามมติของท่าน จ ศัพท์[ในคำว่า หทยวตฺถุ จ] ย่อมไม่สมควร

[ตามหลักภาษา ถ้าเป็นทวันทสมาสก็ไม่จำเป็นต้องมี จ ศัพท์ คัมภีร์นี้จึงไม่เห็นด้วยกับมตินี้]

บางคนอ้างว่าควรนำคำว่า วตฺถุ และ จ ศัพท์จากบทหลังมาประกอบไว้ในบทหน้า [เป็นรูปว่า จกฺขุวตฺถุ จ โสตตฺถุ จ ฯเปฯ] ตามมติของท่าน บทสมาสว่า หทยวตฺถุ ย่อมไม่สมควร

[ตามปกติทวันทสมาสจักติดตามไปประกอบกับบทอื่นทั้งบท ไม่ติดตามไปเพียงบางบทในสมาส คัมภีร์นี้จึงไม่เห็นด้วยกับมตินี้]

อาจารย์ท่านอื่นกล่าวว่าเป็นศัพท์อวิภัตติกนิเทศ

[อวิภัตติกนิเทศ คือ ศัพท์ที่ถูกแสดงด้วยการไม่ลงวิภัตติ กล่าวคือ ลงวิภัตติแล้วลบไป จึงมีรูปเหมือนยังไม่ลงวิภัตติ หมายความว่า เมื่อควรกล่าวว่า จกฺขุ โสตฺ ฆานํ ชิวฺหา กาโย หทย์ วตฺถุ จ ก็กล่าวเป็นรูปไม่ลงวิภัตติว่า จกฺขุ โสตฺ ฆานํ ชิวฺหา กาย หทย วตฺถุ จ คัมภีร์นี้ ไม่คัดค้านมติ ดังกล่าวนี้ เพราะเมื่อเป็นอวิภัตติกนิเทศ คำว่า วตฺถุ และ จ ศัพท์ก็นำมาในบทหน้าได้]

๖๕. คำว่า ตานิ กามโลเก สพฺพานิปิ ลภุรกฺฆิติ (วัตถุเหล่านั้นทั้งหมด่อมมีได้ในกามภูมิ) มีความหมายว่า วัตถุ ๖ อย่างทั้งหมดย่อมมีได้ในกามภูมิเท่านั้น เพราะอัตภาพซึ่งเกิดจากกรรมอันเนื่องด้วยกามตัณหาพึงมีอินทรีย์บริบูรณ์ หมายความว่า เมื่อจักวัตถุเป็นต้นมีอยู่ การบริโภคใช้สอยรูปเป็นต้นจึงมีได้ ดังนั้น กามตัณหาที่รื่นรมย์ในวัตถุกามมีรูปเป็นต้นจึงปรารถนาความบริบูรณ์แห่งวัตถุ ๕ มีจักขุวัตถุเป็นต้นเสมอ

อำมาตย์ผู้ดูแลสรรพกิจย่อมยังพระราชประสงค์ให้บริบูรณ์เป็นนิตย์ กระทำราชกิจทั้งปวงให้สำเร็จ ฉันใด กามาวจรกรรมก็ยังความปรารถนาของกามตัณหาให้บริบูรณ์เสมอย่อมทำอัตภาพที่มีอินทรีย์บริบูรณ์ให้เกิดขึ้น ฉันนั้น ด้วยเหตุนี้ เหล่าสัตว์ในกามาวจรภูมิ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka