ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
คำว่า วิสยปวัตติ คือ การดำเนินไปของอารมณ์ในทวาร
การดำเนินไปในที่นี้ คือการมาปรากฏ เพราะพระอนุรุทธอาจารย์จักกล่าวว่า เอก-
จิตตุทกขณาตีตานิ วา (อารมณ์ ๕ อย่างที่ล่วงขณะของจิตดวงเดียวก็ดี ที่ล่วงขณะของจิต
หลายดวงก็ดี เมื่อถึงฐิติขณะ ย่อมมาปรากฏในปัญจทวาร) เป็นต้น
การดำเนินไป[ของจิตในอารมณ์]มี ๖ อย่างคือ บางขณะเร็วมากที่สุด บางขณะ
เร็วมาก บางขณะเร็ว บางขณะช้า บางขณะช้ามาก บางขณะช้ามากที่สุด
๓. คำว่า วิสยปวัตติ คือ การดำเนินไป การปรากฏ กล่าวคือ การมาปรากฏของ
อารมณ์มีกรรมเป็นต้นในทวาร เพราะพระอนุรุทธอาจารย์จักกล่าวต่อไปว่า กมมํ วา กมม-
นิมิตตํ วา กตินิมิตตํ วา กมมพเลน ฉนฺน์ ทวารานํ อญฺตตรสฺมึ ปจุจุปฏฐาติ (กรรม กรรม
นิมิต หรือคตินิมิตย่อมปรากฏในทวารใดทวารหนึ่งในบรรดาทวาร ๖ ด้วยแรงของกรรม)
(๑๒๒) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวถึงข้อความอีกอย่างหนึ่งว่า “อีกนัยหนึ่ง วิสยปวัตติ
คือ การดำเนินไปของจิตในอารมณ์” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะหากเป็นตามนี้ ชื่อว่า
วิสยปวัตติ ย่อมไม่เหมาะสมในอติปริตตอารมณ์[ที่ไม่มีการดำเนินไปของจิตในอารมณ์]
[คัมภีร์นี้แสดงรูปวิเคราะห์ของ วิสยปวุตติ เป็นฉัฏฐีตัปปุริสสมาสว่า วิสยานํ ปวุตติ
วิสยปวุตติ = วิสยปวัตติ คือ การดำเนินไปของอารมณ์
ส่วนคัมภีร์วิภาวนีแสดงรูปวิเคราะห์เป็นสัตตมีตัปปุริสสมาสว่า วิสเยสุ ปวุตติ วิสยปวุตติ
= วิสยปวัตติ คือ การดำเนินไปในอารมณ์]
๔. คำว่า ตตฺถ คือ ในบรรดามวด ๖ เหล่านั้น
๕. เมื่อถึงประเภทของธาตุ ความต่างกันของธาตุเป็นหลักสำคัญ ดังนั้น การรู้
[ที่เป็นอาวัชชนะและสัมปฏิจฉนะ]จึงเรียกว่า มโนธาตุ (ธาตุรู้) โดยแยกจากการรู้พิเศษ
(วิญญาณ) แต่ครั้นถึงประเภทของวิญญาณ การรู้อย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นการรู้พิเศษเช่นกัน
ดังนั้น ท่านจึงกล่าวว่า จกฺขุวิญญาณํ ฯเปฯ ฉ วิญญาณานิ (วิญญาณมี ๖ คือ จักขุวิญญาณ
โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ และมโนวิญญาณ)