ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ความบริสุทธิ์แห่งปัจจัยคือแสงสว่างเป็นต้น ก็เป็นสิ่งใหญ่มากทีเดียว ซึ่งอธิบายได้ว่า ในขณะที่พระผู้มีพระภาคทรงเริ่มตั้งความปรารถนา[เป็นพระพุทธเจ้า]เป็นต้น และในขณะที่แสดงปาฏิหาริย์เปิดโลก ชนผู้อยู่ในชมพูทวีปนี้ได้เห็นรูปที่ละเอียดสุขุมและอยู่ไกล ในนรกอเวจีบ้าง ในอกนิฏฐพรหมบ้าง ในจักรวาลอื่นบ้าง เพราะขณะนั้นได้ปรากฏแสงสว่างอันใหญ่หลวง สถานที่ทั้งหลายมีแผ่นดิน เขาสุเมรุ และภูเขาห้อมล้อมจักรวาลเป็นต้นทั้งหมดย่อมเป็นดั่งแท่งแก้วผลึกด้วยอำนาจของแสงสว่างนั้น ดังพระพุทธวจนะว่า
มหันโต อุฬาโร โภภาใส ปาตุรโหสิ อติกมุม เทวาน์ เทวานุภาว์.๑
“เกิดแสงสว่างอันใหญ่หลวงยิ่งกว่าเทวานุภาพของเทวดาทั้งหลาย”
เมื่อมีแสงสว่างแห่งมหาภูตรูปอันเป็นที่อาศัยของปสาทรูปในอุปปัติเทพและพรหมเป็นต้น สถานที่ทั้งหลายมีแผ่นดินและภูเขาเป็นต้นก็กระทำการคั่นระหว่างจักษุกับรูปเป็นต้นไม่ได้ นอกจากนั้น รูปมีภูเขาเป็นต้นแม้ในที่ไกลก็ได้ชื่อว่า อติมหันตารมณ์ เพราะมีวัตถุใหญ่โต ทั้งรูปมีพระจันทร์ พระอาทิตย์ และดวงดาวเป็นต้นก็ชื่อว่า อติมหันตารมณ์ เพราะมีวัตถุใหญ่และมีแสงสว่าง
ส่วนความเป็นมหันตารมณ์เป็นต้น พึงกล่าวตามลำดับแห่งปัจจัยคือแสงสว่างเป็นต้นและวัตถุที่ตั้งซึ่งมีกำลังน้อย มีกำลังน้อยกว่า หรือมีกำลังน้อยที่สุด
อติมหันตารมณ์ (อารมณ์ที่ปรากฏชัดทางปัญจทวารมากที่สุด) คือ อารมณ์ ๕ อย่างที่ล่วงขณะจิต ๑ ขณะแล้วมาปรากฏ
มหันตารมณ์ (อารมณ์ที่ปรากฏชัดทางปัญจทวารมาก) คือ อารมณ์ ๕ อย่างที่ล่วงขณะจิต ๒ หรือ ๓ ขณะแล้วมาปรากฏ
ปริตตารมณ์ (อารมณ์ที่ปรากฏชัดทางปัญจทวารน้อย) คือ อารมณ์ ๕ อย่างที่ล่วงขณะจิต ๔, ๕, ๖, ๗, ๘ หรือ ๙ ขณะแล้วมาปรากฏ
อติปริตตารมณ์ (อารมณ์ที่ปรากฏชัดทางปัญจทวารน้อยที่สุด) คือ อารมณ์ ๕ อย่างที่ล่วงขณะจิต ๑๐, ๑๑, ๑๒, ๑๓, ๑๔ หรือ ๑๕ ขณะแล้วมาปรากฏ