ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[สกวาทีบุคคลถามว่า] ครึ่งวันเป็นขณะเกิดของจิตหรือ อีกครึ่งวันเป็นขณะดับหรือ
[ปรวาทีบุคคลตอบว่า] ไม่ควรกล่าวเช่นนี้
[สกวาทีบุคคลถามว่า] จิตดวงหนึ่งตั้งอยู่ได้ ๒ วันหรือ [ปรวาทีบุคคลตอบว่า] ใช่
[สกวาทีบุคคลถามว่า] วันหนึ่งเป็นขณะเกิดของจิต อีกวันหนึ่งเป็นขณะดับหรือ
[ปรวาทีบุคคลตอบว่า] ไม่ควรกล่าวเช่นนี้
[สกวาทีบุคคลถามว่า] จิตดวงหนึ่งตั้งอยู่ได้ ๔ วันหรือ [ปรวาทีบุคคลตอบว่า] ใช่
[สกวาทีบุคคลถามว่า] วัน ๒ วันเป็นขณะเกิดของจิต อีก ๒ วันเป็นขณะดับหรือ
[ปรวาทีบุคคลตอบว่า] ไม่ควรกล่าวเช่นนี้...หนึ่งเดือน... สองเดือน...สี่เดือน...หนึ่งปี...สอง
ปี...สี่ปี...หนึ่งกัป...สองกัป...สี่กัป”
ถ้าส่วนฐิติพึงมีโดยเฉพาะ พระมหาเถระ[คือพระโมคคัลลีบุตรติสสะ]พึงพิจารณา
อย่างนี้ว่า “[สกวาทีบุคคลถามว่า] จิตดวงหนึ่งตั้งอยู่ตลอดวันหรือ [ปรวาทีบุคคลตอบว่า]
ใช่ [สกวาทีบุคคลถามว่า] ส่วนแรกของวันเป็นขณะเกิดของจิต ส่วนที่สองเป็นขณะตั้งอยู่
ส่วนที่สามเป็นขณะดับหรือ” และท่านก็ไม่พึงเว้นคำเหล่านี้ว่า “สามวัน สามเดือน สามปี
สามกัป”
ถามว่า : พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพระสูตรว่า
“ตีนิมานิ ภิกฺขเว สงฺขตสฺส สงฺขตลกฺขณานิ. กตมานิ ตีนิ. อุปปาโต ปญฺญายติ,
วโย ปญฺญายติ, จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ.๕
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลักษณะแปรปรวนของสังขตธรรมมี ๓ อย่าง เหล่านี้ ๓ อย่าง
เป็นไฉน คือการเกิดขึ้นปรากฏ การเสื่อมไปปรากฏ และการแปรปรวนของสภาวะอัน
ตั้งอยู่ปรากฏ”
เช่นเดียวกันนี้ พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า
เวทนาย อุปปาโต ปญฺญายติ, วโย ปญฺญายติ, จิตาย อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ, สญฺญาย
... สงฺขารานํ ... วิญฺญาณสฺส อุปปาโต ปญฺญายติ.๕