Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

“การเกิดขึ้นของเวทนาปรากฏ การเสื่อมไปปรากฏ และการแปรปรวนของ
สภาวะอันตั้งอยู่ปรากฏ...การเกิดขึ้นของสัญญา...การเกิดขึ้น ของสังขาร...การเกิดขึ้นของ
วิญญาณ...”

ดังนั้น ส่วนฐิติที่ ๓ ของจิตจึงมิได้โดยเฉพาะ มิใช่หรือ

ตอบว่า : ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะพระพุทธองค์ทรงประสงค์เอาปพันธฐิติ (การตั้งอยู่
แห่งธรรมที่สืบเนื่องกัน) ในพระสูตรนั้น

ถามว่า : รู้ได้อย่างไร

ตอบว่า : เพราะพระพุทธองค์ตรัสความเกิดและความดับก่อน แล้วตรัสพระดำรัสนี้
โดยเฉพาะต่อมาอีกว่า “การแปรปรวนของสภาวะอันตั้งอยู่ปรากฏ” หากไม่เป็นดังนี้ ก็ควร
ตรัสว่า “การเกิดขึ้นปรากฏ การแปรปรวนของสภาวะอันตั้งอยู่ปรากฏ และการเสื่อมไป
ปรากฏ”

ถามว่า : การตั้งอยู่แห่งธรรมที่สืบเนื่องกัน เป็นบัญญัติซึ่งเป็นอสังขตธรรม ทั้ง
พระสูตรก็เป็นฐานะแสดงลักษณะแห่งสังขตธรรม ดังนั้น พระพุทธองค์จึงตรัสการตั้งอยู่
แห่งธรรมที่สืบเนื่องกันไว้ในพระสูตรนั้นมิใช่หรือ

ตอบว่า : ถูกต้องแล้ว เพราะแม้ในพระอภิธรรมก็พบการแสดงด้วยบัญญัติมี
สมุหบัญญัติ (บัญญัติอาศัยหมู่) สัณฐานบัญญัติ (บัญญัติอาศัยสัณฐาน) และสันตติบัญญัติ
(บัญญัติอาศัยความต่อเนื่อง) ในฐานะที่แสดงสังขตธรรม หมายความว่า พระพุทธเจ้าทรง
แสดงสังขตธรรมโดยมีบัญญัติเป็นหลักไว้ในรูปายตนนิเทศเป็นต้นว่า

ทีฆ์ รสส์ สณห่ ถูล์ วฏฺฏ์ ปริมนฺทล์ จตุรสส์ ฉพส์ อฏฺฐ์สํ โสฬสส์ นิ นุน์ ถล์.๖

“ยาว สั้น ละเอียด หยาบ กลม เท่ากัน สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม
สิบหกเหลี่ยม ลุ่ม ดอน ฯลฯ”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka