Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

คำว่า ชวานุพนฺธานิ (ติดตามชวนจิตมา) มีความหมายว่า กระแสน้ำย่อมติดตาม
เรือที่แล่นไปทวนกระแส ฉันใด วิปากจิตย่อมติดตามชวนจิต ฉันนั้น

คำว่า เทว ตทารมฺมณปานิ (วิปากจิตที่ทำหน้าที่ตทารมณ์ ๒ ดวง) มี
ความหมายว่า วิปากจิตที่ทำหน้าที่ตทารมณ์ย่อมดำเนินไป ๒ ครั้ง

คำว่า ยถาหุ์ (ตามสมควร) คือ ตามสมควรแก่อารมณ์ ชวนจิต และสัตว์บุคคล

คำว่า ภวุคปโต (การตกไปแห่งภวังคจิต) มีความหมายว่า ในอติมหันตารมณ์นี้
กระแสจิตที่เกิดขึ้นตั้งแต่อาวชชนจิตหรือภวังคจลนจิตดวงแรก ได้เกิดขึ้นต่อไปจนถึงชวนจิต
ดวงที่ ๔ แล้วตกไปตั้งแต่ชวนจิตดวงที่ ๕ แต่ก็ไม่เรียกว่า “กระแสจิตตกไป” เพราะกำลัง
ที่เกิดขึ้นยังไม่หมดสิ้นไปโดยสิ้นเชิง เมื่อถัดจากทารมฺมณจิตดวงที่ ๒ กระแสจิตนั้นจึงได้
ชื่อว่าตกไปในกาลนั้น เพราะกำลังที่เกิดขึ้นได้หมดสิ้นไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้น พึงทราบอรรถ
ดังนี้ คือ

  • คำว่า ปาตะ คือ การตกไป
  • คำว่า ภวังคปาตะ คือ การตกไปแห่งกระแสจิตโดยความเป็นภวังค์ หมายถึง
    การตกไปเป็นภวังค์

อีกนัยหนึ่ง คำว่า ภวังคปาตะ คือ การตกไปในภวังคกิจ ภวังคฐาน และอารมณ์
ของภวังค์

[คำว่า ภวังคปาตะ มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- การตกไปโดยความเป็นภวังค์ = ภวังคเกน ปาโต ภวังคปาโต (ตติยาตัปปุริสสมาส)
- การตกไปในภวังคกิจ ภวังคฐาน และอารมณ์ของภวังค์ = ภวังเค ปาโต ภวังคปาโต
(สัตตมีตัปปุริสสมาส)]

ในเรื่องนี้ พึงกล่าวการอุปมาเหมือนนายทวารบาล เด็กชาวบ้าน และผลมะม่วง
แม้การอุปมาเหล่านั้นพึงถือเอาจากคัมภีร์อรรถกถา

[คัมภีร์อัฏฐสาลินี (เล่ม ๑ หน้า ๓๒๙) กล่าวอุปมาผลมะม่วงไว้ แม้การอุปมาอื่นๆ ก็มี
นัยเดียวกัน กล่าวคือ บุรุษคนหนึ่งนอนคลุมศีรษะที่โคนต้นมะม่วงที่ผลิผลแล้วหลับไป ขณะนั้นมีผล

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka