ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
แก่วิถีจิตนี้ [คือให้สำเร็จความเป็นที่ตั้งและทวารแก่จักษุวิญญาณ และให้สำเร็จความเป็น
ทวารแก่วิญญาณจิตอื่น] และเป็นที่ดำเนินไปแห่งวิถีจิตนี้โดยรับรู้อุปารมณ์มากระทบ ชื่อว่า
“ย่อมให้สำเร็จกิจ” จักขุวัตถุนั้นชื่อว่า มัชฌิมายุกะ (มีอายุุปานกลาง) ส่วนจักขุวัตถุอื่นที่
มีขณะจิต ๔๘ ขณะในจักขุประสาท ๔๙ ขณะ] ชื่อว่า โมฬวัตถุ [เพราะไม่มีกิจของวัตถุ
และทวารเพื่อให้เกิดวิถีจิตขึ้น] จักขุวัตถุนั้นชื่อว่า มันทายุกะ (มีอายุน้อย) บ้าง อมันทายุกะ
(มีอายุไม่น้อย) บ้าง
[คัมภีร์อนุทีปนีอธิบายว่า จักขุวัตถุที่มีจักขุประสาทอันมีขณะจิต ๓๗ ขณะซึ่งเกิดทุกๆ ขณะ
ตั้งแต่ขณะดับไปของภวังคจิตดวงแรกในบรรดาภวังคจิต ๑๓ ดวงก่อนอตีตภวังค์ ชื่อว่า มันทายุกะ
คือมีอายุน้อย เพราะมีอายุน้อยกว่าการให้สำเร็จกิจ ส่วนจักขุวัตถุที่มีจักขุประสาท ๑๑ ขณะซึ่งเกิด
ทุกๆ ขณะตั้งแต่ติฐิติขณะของอตีตภวังค์ ชื่อว่า อมันทายุกะ คือมีอายุไม่น้อย เพราะมีอายุมากกว่า
การให้สำเร็จกิจ]
จักขุวัตถุมี ๒ อย่าง คือ จักขุวัตถุที่เกิดก่อน และจักขุวัตถุที่เกิดหลังจากจักขุ-
ประสาทอันให้สำเร็จกิจ[ของวัตถุและทวาร]ดังที่กล่าวมาแล้ว แม้จักขุวัตถุทั้ง ๒ อย่างก็มี ๔๘
ขณะที่ปรากฏโดยความเป็นฐิติขณะในอุปปาทขณะของจักขุวิญญาณ ส่วนจักขุวัตถุอื่นที่
เกิดก่อนหรือหลังจากนั้น แม้ได้รับการกระทบก็ไม่พึงหมายเอาในที่นี้ เพราะไม่ชวนสงสัย
ในการให้สำเร็จกิจของวัตถุและทวาร
ถามว่า : ในขณะเกิดวิถีจิตนี้ เขารู้ว่าเราเห็นสิ่งนี้ หรือไม่รู้ว่าเราเห็นสิ่งนี้
ตอบว่า : ไม่รู้
ถามว่า : จะรู้ได้เมื่อใด
ตอบว่า : รู้ได้เมื่อวิถีจิตที่กำหนดหมายดำเนินไปอยู่ จริงอย่างนั้น จักขุทวารวิถี
ดำเนินไปก่อนวิถีจิตทั้งหมด ต่อมามโนทวารวิถีที่ติดตามวิถีจิตนั้นจึงดำเนินไป หลังจากนั้น
มโนทวารวิถีจิตที่รับเอากลุ่มก้อน[ของสัณฐาน]ย่อมดำเนินไป จากนั้น มโนทวารวิถีจิตที่
กำหนดหมายสีย่อมดำเนินไป ต่อแต่นั้น มโนทวารวิถีจิตที่รับเอารูปร่างย่อมดำเนินไป
หลังจากนั้น มโนทวารวิถีจิตที่กำหนดหมายรูปร่างย่อมดำเนินไป จากนั้น มโนทวารวิถีจิต