ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๑๓. พึงสัมพันธ์[โดยเพิ่มบทเข้ามา]ว่า อารมณ์ที่ผ่านมาแล้วไม่เพียงพอที่จะตั้ง
อยู่ตราบจนกระทั่งการเกิดขึ้นของชวนจิต หมายความว่า อารมณ์ที่มีขณะจิต ๔, ๕, ๖, ๗,
๘ หรือ ๙ ขณะที่ผ่านมาแล้ว ไม่เพียงพอที่จะตั้งอยู่ตราบจนกระทั่งการเกิดขึ้นของชวนจิต
๒ ขณะ คือ เป็นอารมณ์ที่ผ่านมาแล้วไม่เพียงพออย่างนี้
คำว่า ชวนมฺปิ อนุุปปชฺชิตฺวา แปลว่า เพราะไม่มีชวนจิตเกิดขึ้น ตฺวา ปัจจัยใน
คำว่า อนุุปปชฺชิตฺวา] พึงทราบในภาวสาธนะ ไม่ใช้ในกัตตุสาธนะ
ถามว่า : เพราะเหตุใด
ตอบว่า : เพราะปราศจากความมีกัตตาเสมอกับบทกริยา[คือคำว่า ปวุตฺตติ] อัน
เป็นประธานของตน
[ตามปกติบทกัตตาจะมีวิภัตติเสมอกับกริยา ในที่นี้ บทกริยาคือ ปวุตฺตติ เป็นกัตตุวาจก
มีกัตตาเป็นปฐมาวิภัตติว่า โวฏฐพพน์ ดังนั้น ตฺวา ปัจจัยใน อนุุปปชฺชิตฺวา จึงลงในภาวสาธนะโดย
คำว่า ชวน์ ใน ชวนมฺปิ ลงปฐมาวิภัตติในอรรถณัฏฐวิภัตติ เพื่อให้เป็นภาวาทิสัมพันธ์ใน อนุุปปชฺชิตฺวา]
(๑๓๖) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “ตฺวา ปัจจัยนี้ย่อมเป็นไปในอรรถเหตุ” ข้อความ
นั้นไม่งาม เพราะอรรถเหตุอันเป็นอรรถภายนอกจะเป็นวิสัยแห่งกิกกปัจจัยไม่ได้ ดังนั้น
ในคำว่า อนุุปปชฺชิตฺวา นี้ ให้หลง ตฺวา ปัจจัยในภาวสาธนะ และลงปฐมาวิภัตติในอรรถเหตุท้าย
ตฺวา ปัจจัยนั้น ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]ขอปฏิเสธการลง มาน และ อนฺต ปัจจัยในอรรถ
ลักษณะและเหตุที่กล่าวไว้ในบางคัมภีร์ เพราะอรรถลักษณะและเหตุที่เป็นอรรถภายนอก
จะเป็นวิสัยแห่งกิกกปัจจัยเหล่านั้นไม่ได้
[คัมภีร์วิภาวินีเห็นว่า ตฺวา ปัจจัยในคำว่า อนุุปปชฺชิตฺวา (อนฺ บทหน้า + ปท ธาตุ + ย
ปัจจัย + ตฺวา ปัจจัย) ลงในอรรถเหตุ แต่คัมภีร์ปรมัตถทีปนีเห็นว่าตามหลักภาษา กิกกปัจจัยมีอรรถ
ภายในคือสาธนะ ๗ อันได้แก่ กัตตุสาธนะ กรรมสาธนะ กรณสาธนะ สัมปทานสาธนะ อปาทาน-
สาธนะ อธิกรณสาธนะ และภาวสาธนะ ในที่นี้ ตฺวา ปัจจัยจึงควรมีอรรถภายในคือภาวสาธนะ ไม่
ควรมีอรรถภายนอกคือเหตุ และท่านให้ลงปฐมาวิภัตติในอรรถเหตุ ทั้งยังปฏิเสธมติที่กล่าวไว้ใน