Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ในปริตตชวนวาระนี้ โวฏฐัพพนจิตดวงหนึ่งย่อมมีในอารมณ์ที่เหลือขณะจิต ๑ ขณะ
ถัดจากสันตีรณจิต โวฏฐัพพนจิต ๒ ดวงย่อมมีในอารมณ์ที่เหลือขณะจิต ๒ ขณะ โวฏ-
ฐัพพนจิต ๓ ดวงย่อมมีในอารมณ์ที่เหลือยิ่งกว่านั้น ข้อความนี้พึงสมควร แต่บัดนี้อาจารย์
ทั้งหลายประกอบบทว่า วิถีจิตของปริตตารมณ์ ๖ วิถี มีโวฏฐัพพนจิต ๒ ดวง ส่วนวิถีของ
ปริตตารมณ์ ๕ วิถี มีโวฏฐัพพนจิต ๓ ดวง เมื่อเป็นเช่นนี้พึงพิจารณาว่าวิถีจิตที่มีโวฏ-
ฐัพพนจิต ๒ ดวงในปริตตารมณ์เป็นอย่างไร ส่วนวิถีจิตที่มีโวฏฐัพพนจิต ๓ ดวงเป็นอย่างไร

๑๔. ส่วนอารมณ์ที่ไม่เพียงพอให้เกิดโวฏฐัพพนจิต ๒ หรือ ๓ ครั้ง ย่อมไม่เป็น
ปัจจัยเพื่อให้เกิดอาวัชนจิต ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ตตฺถ ภวุคคจลนเมว โหติ นตฺถิ
วิถิจิตตฺปุปาโท (ในวิถีจิตของอติปริตตารมณ์นั้น มีเพียงการไหวแห่งภวังค์เท่านั้น ไม่มี
การเกิดขึ้นของวิถีจิต)

ในประโยคนั้น คำว่า ภวุคคจลนเมว (มีเพียงการไหวแห่งภวังค์เท่านั้น) คือ มี
เพียงการไหวแห่งภวังค์ ๒ ครั้งเท่านั้น

คำว่า อิจเจว์ จกฺขุทฺวาเร (ในจัขทวารดังที่กล่าวมานี้) พึงประกอบบทว่า
พึงทราบ การดำเนินไปของอารมณ์ ๔ วาระ โดยจำแนกตามวาระ ๔ อย่างในจักขุทวาร
ตามนัยที่กล่าวไว้ว่า “ถ้ารูปารมณ์ที่ล่วงขณะจิต ๑ ขณะปรากฏแก่จักขุปสาทแล้ว” เป็นต้น
การดำเนินไปของอารมณ์ในโสตทวารเป็นต้น ก็เช่นเดียวกัน

พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า พึงทราบการดำเนินไปของอารมณ์ ๔ วาระโดย
ประการทั้งปวง

แม้ดอติปริตตารมณ์ก็เป็นอารมณ์ของโมฆวาระโดยการมาปรากฏเท่านั้น มิได้
เป็นอารมณ์ของโมฆวาระโดยเนื่องกับการรับอารมณ์ แต่วาระนอกจากนี้เป็นอารมณ์ของ
วาระอื่นโดยประการทั้งสองอย่างอีก [คือการมาปรากฏและการรับอารมณ์] ฉะนั้น ท่านจึง
กล่าวว่า จตฺตุนาํ วารานํ ยถากุกมฺม์ อารมฺมณภูตา (ซึ่งเป็นอารมณ์ของวิถีจิต ๔ วาระ)

ส่วนในคัมภีร์วิภาวนีหมายเอาอติปริตตารมณ์แล้วกล่าวอรรถของคำว่า อารมฺมณ-
ภูตา นี้ว่า “ซึ่งเป็นปัจจัย” ความจริงอติปริตตารมณ์เป็นปัจจัยเพื่อบัญญัติโมฆวาระ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka