ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
(วาระรับเอาชื่อ) พึงประกอบตทารัมมณวาระเป็นต้นในวาระดังกล่าวตามสมควร
วาระที่สำเร็จเฉพาะ มี ๖ อย่างคือ ทิฏฐวาระ (วาระรับเอาอารมณ์ ๕ ที่เคยพบ) ทิฏฐสัมพันธ์วาระ (วาระรับเอาอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ที่เคยพบ) สุตวาระ (วาระรับเอาอารมณ์ที่เคยสดับ) สุตสัมพันธ์วาระ (วาระรับเอาอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ที่เคยสดับ) วิญญาตวาระ (วาระรับเอาอารมณ์ที่รู้มาก่อน) และวิญญาตสัมพันธ์วาระ (วาระรับเอาอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ที่รู้มาก่อน)
วิญญาตวาระและวิญญาตสัมพันธ์วาระในที่นี้ คือ วาระที่ดำเนินไปโดยสภาพของความเชื่อ ความพอใจ และความดำริอาการเป็นต้น ส่วนในคัมภีร์อัฏฐสาลินีกล่าวว่า
สทฺธาตุจิยาทิวเสน คหิตํ อารมุมณ์ ตถาปิ โหติ. อญฺญถาปิ โหติ. ตสฺมา อฎฐกถาย น คหิตํ.๒๐
“อารมณ์ที่รับเอาโดยความเชื่อและความพอใจเป็นต้น ย่อมเป็นอย่างนั้นบ้าง อย่างอื่นบ้าง ดังนั้น ในคัมภีร์มหาอรรถกถาจึงไม่ถือเอาอารมณ์ดังกล่าว”
อารมณ์จะเป็นอย่างนั้นหรืออย่างอื่นก็ตาม เมื่อการดำเนินไปของวิถีจิตมีอยู่ อารมณ์ก็พึงถูกรับเอาไว้
ในบรรดาวาระทั้งสอง วาระหนึ่งๆ มีอย่างละ ๔ วาระ โดยจำแนกตามตทารัมมณวาระ เป็นต้น และในวาระเหล่านั้น ธรรมที่เป็นอารมณ์พึงประกอบตามสมควรโดยจำแนกตามกามอารมณ์ มหัคคตอารมณ์ โลกุตตรอารมณ์ และบัญญัติอารมณ์ และตามประเภทแห่งปัจจุบันกาล อดีตกาล อนาคตกาล และกาลวิมุตติ
บัดนี้ อาจารย์ทั้งหลายดำริประเภทของวาระโดยความเป็นอตีตภวังค์และตทารมณ์ ในข้อนั้น ความดำริประเภทของวาระโดยความเป็นอตีตภวังค์ หาประโยชน์มิได้ เพราะสภาพที่อารมณ์มีกำลังมากหรือน้อยด้วยขณะในมโนทวารย่อมไม่มีเหมือนในปัญจทวาร เนื่องจากการปรากฏได้ทางมโนทวารของอารมณ์ที่เป็นอดีต อนาคต หรือกาลวิมุตติซึ่งแม้จะไม่มีจริงในขณะนั้น