Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ถามว่า : ในระหว่างแห่งจิตดวงใด

ตอบว่า : ในระหว่างแห่งจิตที่ดับไปแล้ว ข้อความนี้ย่อมปรากฏชัดเจน เพราะมิได้สดับบทอื่น[นอกจากนี้]

[ดู คำว่า อุปปาทะ ในข้อ ๑]

อัปปนาที่เกิดขึ้นย่อมเกิดตั้งแต่จิตดวงที่ ๔ หรือดวงที่ ๕ ไม่เกิดตั้งแต่จิตดวงที่ ๖ หรือดวงที่ ๗ เพราะอัปปนาแม้จะชำนาญแล้ว เมื่อไม่เกิดขึ้นในจิตดวงที่ ๔ หรือดวงที่ ๕ ย่อมจะไม่เกิดขึ้นโดยประการทั้งปวง แต่เมื่อเกิดขึ้นได้ย่อมดำเนินไปต่อเนื่องตลอดวัน ดังนั้น คำว่า จตุตฺถํ วา ปญฺจมํ วา (เป็นจิตดวงที่ ๔ หรือดวงที่ ๕) นี้ จึงกล่าวเพื่อกำหนดจิตเบื้องต้นเท่านั้น ดังพระอนุรุทธอาจารย์จักกล่าวต่อไปว่า อุปปานวิถิโมตรติ (ย่อมหยั่งลงสู่้อัปปนาวิถี) และ ตโต ปร์ อัปปนาสาเน ภงฺคปาโต โหติ (ถัดจากนั้น ในที่สุดของอัปปนาจิต ย่อมตกภวังค์ไป)

ถามว่า : ถ้าชวนจิตได้ตกไปตั้งแต่จิตดวงที่ ๕ เมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดอัปปนาชวนะจึงดำเนินไปในในช่วงที่ตกไปตั้งแต่จิตดวงที่ ๕ ได้

ตอบว่า : ช่วงเวลาที่ก้อนหินซึ่งวางไว้ในมือตกไป ย่อมมีในขณะพ้นจากมือเท่านั้น แต่ก้อนหินที่ถูกขว้างด้วยกำลังมีย่อมไปได้ไกลบ้าง ในที่นี้ กำลังของก้อนหินมีกำลังมือเป็นเหตุ และกำลังมือก็มีกำลังกายเป็นเหตุ ในการอุปมานั้น อัปปนาชวนะเหมือนก้อนหินกาลภายหลังจากจิตดวงที่ ๔ เหมือนช่วงตกไปของก้อนหิน กำลังของโคตรภูเหมือนกำลังมือ กำลังของบริกรรมชวนะที่เกิดก่อนเหมือนกำลังของร่างกาย กำลังของกามาวจรชวนะในอาทิกัมมิกวิถี (วิถีจิตของบุคคลผู้เริ่มปรารภความเพียร) เหมือนกำลังของเด็กน้อยที่นอนแผเบาะอยู่ กำลังของกามาวจรชวนะในสมาบัติวิถี (วิถีจิตในขณะเข้าสมาบัติ) เหมือนกำลังของบุรุษผู้เจริญเติบโตแล้ว

ก้อนหินที่ถูกเด็กน้อยขว้าง แม้พ้นจากมือไปก็ร่วงหล่น ฉันใด อัปปนาชวนะในอาทิกัมมิกวิถีก็แล่นไปครั้งเดียวแล้วตกไป ฉันนั้น ก้อนหินที่ถูกบุรุษผู้เจริญเติบโตแล้วขว้างไป ย่อมไม่ตกในช่วงที่ก้อนหินตกไป[เหมือนก่อน] แต่ไปไกลบ้าง ไกลมากบ้าง ฉันใด

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka