ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อัปปนาชวนะในสมาบัติวิถีย่อมดำเนินไปนานบ้าง นานมากบ้าง ฉันนั้น
ส่วนในคัมภีร์มูลฎีกากล่าวว่า
อุปปนาชวน์ ปตนเขตฺเต ปวตฺตมฺปิ ภูมนุตรปตฺติยา วา อารมฺมณนตรลภทิยา วา
ปติต์ นาม น โหติ.๒๒
“อัปปนาชวนะแม้ดำเนินไปในช่วงตกไป ก็ไม่ชื่อว่าตกไป เพราะ เข้าถึงภูมิ
อื่น [มหัคคตภูมิหรือโลกุตตรภูมิ] หรือเพราะได้รับอารมณ์อื่น [ผลชวนะในสมาบัติวิถี]”
ถามว่า : เหตุใดท่านจึงกล่าวว่าชวนจิตได้ตกไปตั้งแต่จิตดวงที่ ๕ ชวนเจตนา
ดวงที่ ๗ ส่งผลเร็วในภพอันไม่มีระหว่าง และเป็นกรรมส่งผลในภพถัดไป เนื่องจากมี
กำลังยิ่งเพราะไม่ตกไปมิใช่หรือ ทั้งเจตนา ๕ ดวงที่มีในท่ามกลางก็ให้ผลนานในภพที่ ๓
เป็นต้น และไม่ถึงความเป็นกรรมส่งผลในภพถัดไป เพราะไม่มีกำลังเหมือนชวนเจตนา
ดวงที่ ๗ มิใช่หรือ
ตอบว่า : ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น เพราะถ้าเจตนาเป็นสภาพมีกำลังเพราะให้ผลเร็ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ เจตนาดวงแรกก็ควรจะมีกำลังกว่าจิตทั้งหมด เพราะเจตนานั้นให้ผลในภพนี้
ข้อนี้มีคำวินิจฉัยดังนี้ ความแปรปรวนของเจตนาดวงแรก เหมือนกับความ
เปลี่ยนแปลงของต้นหญ้าหรือต้นไม้ที่มีอายุ ๑ ปี ความแปรปรวนของเจตนาดวงที่ ๗ เหมือน
ความเปลี่ยนแปลงของต้นหญ้าหรือต้นไม้ที่มีอายุ ๒ ปี ความแปรปรวนของเจตนาที่อยู่ใน
ท่ามกลาง เหมือนความเปลี่ยนแปลงของต้นสาละใหญ่
ในการอุปมานั้น ธรรมดาว่าต้นหญ้าหรือต้นไม้ที่มีอายุ ๑ ปี ย่อมไม่มีแก่น และ
เพราะไม่มีแก่นจึงไม่แข็งแรง ไม่คงที่ ดำรงอยู่นานไม่ได้ จึงปรากฏความเปลี่ยนแปลงเร็ว
ของต้นหญ้าหรือต้นไม้นั้น ความจริงต้นหญ้าหรือต้นไม้นั้นย่อมงอกงามและเจริญเติบโต
เร็วกว่าต้นไม้อื่น ย่อมผลิดอก ออกผล เสื่อมสูญไปเร็วยิ่งนัก ไม่อาจล่วงช่วงฤดูร้อนฤดูหนึ่งได้
ไม่มาถึงฤดูฝนที่สอง ในการอุปมานี้ เวลาที่ต้นไม้ตายไปเหมือนกับช่วงฤดูร้อน
ส่วนต้นไม้ที่มีอายุ ๒ ปี ย่อมจะมีแก่นเล็กน้อย และเพราะมีแก่นจึงแข็งแรงคง