Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อยู่ได้นานขึ้นกว่าเดิม ความเปลี่ยนแปลงช้าของต้นไม้นั้นจึงปรากฏ ความจริงต้นไม้นั้น
งอกงามและเจริญเติบโตในฤดูฝนแรก แต่ไม่อาจผิดดอกหรือออกผลได้ ในปีที่สองเท่านั้น
จึงผิดดอกออกผลแล้วตายไป แต่ไม่อาจล่วงช่วงฤดูร้อนที่สองได้ ย่อมไม่ถึงปีที่สาม

          แต่ต้นสาละใหญ่บริบูรณ์ด้วยแก่นทั้งต้น แข็งแรงมาก ดำรงอยู่ได้นานกว่า จึง
เปลี่ยนแปลงช้า โดยแท้จริงแล้ว ต้นสาละนั้นมีประมาณคืบหรือศอกเท่านั้นตลอดหนึ่งปีหรือ
สองปี ยังไม่เจริญเติบโตและไม่อาจผิดดอกหรือออกผลให้ได้ แต่ดำรงอยู่ได้นานยิ่งนัก
เมื่อดำรงอยู่ห้าร้อยหรือหกร้อยก็จะโค่นลง ฉันใด

          ชวนเจตนาduวงแรกก็ไม่มีแก่น ไม่มีกำลัง เพราะไม่ได้รับอาเสวนปัจจัยโดยประการ
ทั้งปวง ไม่อาจเพื่อก่อให้เกิดภพหนึ่งโดยเฉพาะและล่วงเวลาสิ้นชีพครั้งหนึ่ง ครั้นส่งผล
หรือไม่ส่งผลในภพนี้แล้วก็หมดกำลัง

          ส่วนชวนเจตนาดวงที่ ๗ มีแก่นสารมากกว่าเดิม สามารถยังภพหนึ่งโดยเฉพาะ
ให้เกิดขึ้นได้ และเพราะมีแก่นสารจึงเปลี่ยนแปลงช้า ไม่อาจส่งผลในภพนี้ได้ เมื่อบรรลุถึง
ภพอื่นเท่านั้นจึงส่งผล

          ในบรรดาชวนะที่ตกไป ชวนะดวงที่ ๗ ไม่อาจล่วงเวลาสิ้นชีพได้ เพราะมีกำลังน้อย
เนื่องเป็นชวนะดวงสุดท้าย ย่อมส่งผลหรือไม่ส่งผลในภพที่สองเท่านั้นแล้วหมดกำลัง

          ส่วนการที่เจตนาอันมีในท่ามกลาง ๕ ดวงอื่นได้รับอาเสวนปัจจัยดีแล้วเป็นสภาพ
ส่งผลช้ากว่า พึงทราบโดยคล้อยตามนัยที่กล่าวมาแล้ว

          เนื้อความนี้ไม่พึงแสดงโดยเปรียบกับต้นหญ้าหรือต้นไม้อย่างเดียว แต่พึงแสดง
โดยเปรียบกับสัตว์มีชีวิตอีกด้วย สัตว์ผู้เกิดในครรภ์ชนิดใดชนิดหนึ่งมีอายุน้อยเป็นปกติ
สัตว์เหล่านั้นย่อมอยู่ในครรภ์เร็วกว่า คลอดออกเร็วกว่า ทั้งอวัยวะน้อยใหญ่ของเขากมี
กำลังเร็วกว่า อินทรีย์ทั้งหลายก็ถึงความแก่กล้าเร็วกว่า ย่อมลุกขึ้นเดินไปได้ในวันนั้น
ยึดเอาที่หากิน เข้าถึงความรู้เรื่องเร็วกว่าในวิสัยของตนๆ แก่เร็วกว่า และตายเร็วกว่า แต่
สภาพทั้งหมดมีการเกิดในครรภ์เป็นต้นของสัตว์ผู้มีอายุยืนเป็นปกติ ย่อมสำเร็จช้าทีเดียว

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka