Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

๒๒. คำว่า ตตฺถ คือ ในอัปปนาชวนวาระนั้น

การที่ชวนจิตซึ่งเป็นไปต่อเนื่องมีเวทนาต่างกันย่อมไม่มี ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า

โสมนสฺสสหคตชวนานนฺตรํ (ในลำดับต่อจากชวนจิตที่ประกอบกับโสมนัส) เป็นต้น

(๑๓๗) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวเหตุว่า “เพราะพระพุทธองค์ไม่ทรงยกขึ้นแสดงว่า

จิตที่มีเวทนาต่างกันเป็นอาเสวนปัจจัยแก่กันและกันได้” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะความ

เป็นอาเสวนปัจจัยไม่ใช่ข้อสำคัญในเรื่องนี้

ถามว่า : เพราะเหตุใด

ตอบว่า : เพราะการที่ผลชวนะอันเป็นปัจจินิก (ฝ่ายตรงกันข้าม) แก่อาเสวนปัจจัย

ก็เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาโดยความมีเวทนาไม่ต่างกันกับชวนจิตที่เป็นบริกรรม

คำว่า ปาฏิภงฺขิตพฺพา แปลตามศัพท์ว่า พึงหวังได้แน่นอน

(๑๓๘) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “พึงสรรเสริญ” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะฐานะ

แห่งการอธิบายเช่นนั้นไม่ปรากฏ[ในที่ใดๆ]

[คัมภีร์วิภาวินีแสดงคำแปลของ ปาฏิภงฺขิตพฺพา ว่า “พึงสรรเสริญ” แต่คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

แปลตามศัพท์ว่า “พึงหวังได้แน่นอน” เพราะคำนี้สำเร็จรูปมาจาก ปติ บทหน้า = แน่นอน + กขิ ธาตุ

= อิจฉายํ = หวัง + ตพฺพ ปัจจัย = พึง]

เมื่ออรหัตตผลเป็นไปอยู่ถัดจากมรรคกุศลในมรรควิถี การกำหนดจิตดวงหน้า

และจิตดวงหลังนี้ย่อมมีแก่อัปปนาชวนะพร้อมด้วยชวนจิตที่เป็นบริกรรม ฉะนั้น ท่านจึง

กล่าวว่า กุริยชวนานานนฺตรํ กิริยชวน์ อรหตุตผลญฺจ (กิริยาชวนจิตและอรหัตตผลย่อม

เข้าถึงอัปปนาในลำดับต่อจากกิริยาชวนจิต)

อธิบายคาถาสรุป

๒๓. พึงประกอบบทว่า อัปปนาชวนจิต ๓๒ ดวงย่อมเกิดขึ้นต่อจากมหากุศลที่

เกิดร่วมกับโสมนัส อัปปนาชวนจิต ๑๒ ดวงย่อมเกิดขึ้นต่อจากมหากุศลที่เกิดร่วมกับอุเบกขา

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka