Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ประการทั้งปวง” ส่วนคำว่า สพฺพตฺถปิ แปลว่า “แม้ในทวารทั้งปวง” คัมภีร์นี้เห็นว่าคำว่า สพพตฺถปิ น่าจะเป็นปาฐะเดิม เพราะอภิธัมมัตถสังคหฎีกาเก่าและวิภาวนีไขว่า คำว่า สพพตฺถปิ (แม้ในทวารทั้งหมด) คือ ในปัญจทวารและมโนทวาร]

อิฏฐารมณ์ คือ อารมณ์ที่น่าพึงใจ

ถามว่า : ใครพึงใจ

ตอบว่า : มหาชนในโลก กล่าวคือ มหาชนผู้เป็นชนชั้นกลางไม่ใช่ชนผู้สูงส่งมาก หรือตกต่ำมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ ในคัมภีร์อรรถกถาจึงกล่าวว่า

เอวญฺหิ สติ อิฏฐานิฏฐานํ สุภฏฺฐ วุตฺถานํ โหติ.๒๕
“การกำหนด[ขอบเขตของ]อิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ ย่อมปรากฏชัดเจน”
เนื่องจากในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า

ยสฺมึ อารมฺมเณ กุสลวิปากํ อุปปชฺชติ, ตเทว อิฏฐํ นาม. ยสฺมึ ปน อกุสลวิปากํ อุปปชฺชติ, ตเทว อนิฏฐํ นาม. น หิ สกกา อิฏฐ์ วา อนิฏฐ์ วา อารมฺมณ์ วิปากจิตฺตํ วญฺเจตุํ.๒๖

“กุศลวิปากจิตย่อมเกิดขึ้นในอารมณ์ใด อารมณ์นั้นชื่อว่า อิฏฐารมณ์ ส่วนอกุศลวิปากจิตเกิดขึ้นในอารมณ์ใด อารมณ์นั้นชื่อว่า อนิฏฐารมณ์ โดยแท้จริงแล้ว อิฏฐารมณ์หรืออนิฏฐารมณ์ย่อมไม่อาจจะลวงวิปากจิตได้”

อปิจ ทวารวเสนาปิ อิฏฐานิฏฺฐตา เวทิตพฺพา.๒๗
“อีกนัยหนึ่ง พึงทราบความเป็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์โดยจำแนกตามทวาร อีกด้วย”

ด้วยเหตุนั้น บรรดารูปมีสีเป็นต้นในรูปกลาปหนึ่งๆ ที่มีอยู่ในหมู่รูปที่เนื่องด้วยอินทรีย์และรูปที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ รูปบางอย่างจึงน่าพึงใจ บางอย่างไม่น่าพึงใจ หรือน่าพึงใจในบางคราว ไม่น่าพึงใจในบางคราว

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka