Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อิธ ภิกฺขุนากุสลรูปทิสฺวาเนวสุมุโนโหติ.นทุมุมโน.อุเปกฺขโกวิหรติสโตสมุปชาโน.๓๐

“ภิกษุในศาสนานี้เห็นรูปแล้วไม่ดีใจ ไม่เสียใจ มีความวางเฉย มีสติสัมปชัญญะ”

แม้พระดำรัสนั้นก็ตรัสด้วยสภาพที่พระขีณาสพปรุงแต่งจิตเช่นนั้นเสมอ บัณฑิตพึงถือเอาอย่างนี้

อีกนัยหนึ่ง แม้พระขีณาสพทั้งหลายก็มักเกิดโสมนัสในการเห็นรูปพระพุทธเจ้าเป็นต้น หรือเห็นสถานที่เหมาะสมแก่การปรารภความเพียรเป็นต้น พระดำรัสนี้จึงหมายถึงรูปรามณ์ เป็นต้นที่เป็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์อันเป็นเหตุของราคะเป็นต้น แม้ข้อความนี้ก็สมควร

ในอินทรียภาวนาสูตรนั้น ธรรมดาว่าการปรุงแต่งจิตเช่นนั้นในการกำหนดเวทนานี้พึงทราบตามนัยในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรคว่า

กถํ ปฏิกูเล อปปฏิกูลสญฺญี วิหรติ. อนิฏฐสุมึ วตฺถุสุมึ เมตฺตาย วา ผรติ. ธาตุโต วา อุปสํหรติ. เอวํ ปฏิกูเล อปปฏิกูลสญฺญี วิหรติ.

กถํ อปปฏิกูเล ปฏิกูลสญฺญี วิหรติ อิฏฐสุมึ วตฺถุสุมึ อสุภาย วา ผรติ. อนิจจโต วา อุปสํหรติ. เอวํ อปปฏิกูเล ปฏิกูลสญฺญี วิหรติตีอาทิ.๓๑

“ภิกษุสำคัญว่าไม่ปฏิกูลในสิ่งปฏิกูลอยู่อย่างไร ภิกษุแผเมตตาไป ในสิ่งที่เป็นอนิฏฐารมณ์ หรือนำเข้าไปด้วยความเป็นธาตุ ภิกษุย่อมสำคัญว่าไม่ปฏิกูลในสิ่งปฏิกูลอย่างนี้

ภิกษุสำคัญว่าปฏิกูลในสิ่งไม่ปฏิกูลอยู่อย่างไร ภิกษุแผความไม่สวยงามไปในสิ่งที่เป็นอิฏฐารมณ์ หรือนำเข้าไปด้วยความไม่เที่ยง ภิกษุย่อมสำคัญว่าปฏิกูลในสิ่งไม่ปฏิกูลอย่างนี้ เป็นต้น”

อาจารย์บางท่านกล่าวว่า “ครั้นอารมณ์ที่น่าปรารถนายิ่งมีรูปเทพธิดาเป็นต้น มาปรากฏ พระขีณาสพย่อมแผไปในอารมณ์นั้นโดยความไม่สวยงาม หรือนำเข้าไปด้วยความไม่เที่ยง ลักษณะที่ไม่งามหรือไม่แน่นอนอันเป็นอนิฏฐารมณ์ในอารมณ์เหล่านั้น เป็น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka