Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

โดยกำหนดอารมณ์ใดๆ โดยสภาวะหรือโดยกาล วิถีจิตนั้นย่อมรับเอาอารมณ์นั้นๆ ถ้า
อาวัชชนจิตพิจารณาอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งไม่มีกำหนด แม้วิถีจิตเหล่านั้นก็รับเอาอารมณ์
ที่อาวัชชนจิตพิจารณาแล้ว วิถีจิตทั้งหมดในวิถีจิตที่มีอาวัชชนจิตเดียว ย่อมไม่มีอารมณ์
ต่างกับอาวัชชนจิตบ้าง ต่างกันและกันบ้าง หรือต่างกันโดยสภาวะหรือกาลเวลาบ้าง

ถามว่า : ถ้าอันคตุกภวังค์ไม่รับเอาอารมณ์ที่อาวัชชนจิตพิจารณาก่อนในวิถีหนึ่ง
เกิดขึ้นปรารภปริตตารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่ตนเคยสั่งสมมา เมื่อเป็นเช่นนี้ อันคตุกภวังค์
นี้ก็พึงปราศจากอาวัชชนจิต และมีอารมณ์ต่างจากอาวัชชนจิตเป็นต้นโดยสภาวะและกาล
เวลาได้ใช่ไหม

ตอบว่า : ถูกต้องแล้ว แต่โคตรภูและโวทานในมรรควิถีก็ดี ผลจิตในผลสมาบัติวิถี
ก็ดี ผลจิตของบุคคลผู้ออกจากนิโรธสมาบัติก็ดี ย่อมปราศจากอาวัชชนจิตและมีอารมณ์
ต่างกัน ฉันใด แม้อันคตุกภวังค์ก็ไม่มีโทษเพราะปราศจากอาวัชชนจิตและมีอารมณ์ต่างกัน
ฉันนั้น

แม้การที่ภวังคจิตในภพหนึ่งเหมือนกับปฏิสนธิจิตโดยสภาวะและอารมณ์ ที่กล่าวไว้
ในคัมภีร์อรรถกถาฎีกานั้นๆ ก็หมายเอาภวังคจิตเดิม ส่วนภวังคจิตนี้เป็นอันคตุกภวังค์
จึงไม่มีโทษ

คำว่า ตมนนุตริตฺวา (ต่อจากนั้น) มีความหมายว่า กระทำอันคตุกภวังค์ให้เป็น
อนันตรปัจจัยของตน

คำว่า วทนุติ อาจารย์ (อาจารย์กล่าวไว้) มีความหมายว่า ในพระบาลีกับคัมภีร์
มหอรรถกถาไม่มีนัยเช่นนั้น

[หมายความว่า พระพุทธโฆสาจารย์กล่าวไว้ในคัมภีร์อัฏฐสาลินี แต่ในพระบาลีกับคัมภีร์
มหอรรถกถาไม่กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้]

๒๙. อาจารย์ทั้งหลายย่อมประสงค์ตทารัมมณจิตในที่สุดของกามาวจรชวนจิต
เท่านั้น มิใช่ในที่สุดของมหคตชวนจิตหรือโลกุตตรชวนจิต

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka