Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ถามว่า : เพราะเหตุใด

ตอบว่า : เพราะกามาวจรชวนจิตมีความซัดส่ายไม่สงบ แต่ชวนจิตอื่นไม่มีความซัดส่าย

(๑๔๑) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวเหตุว่า “เพราะเกิดจากกรรมที่มีกามตัณหาเป็นเหตุ” เหตุนั้นไม่สมควร

มหัคคตชวนจิตยกเว้นอภิญญาและโลกุตตรชวนจิต มีอารมณ์ที่มิใช่ปริตตารมณ์ [คือมหัคคตชวนจิตรับบัญญัติหรือมหัคคตธรรมเป็นอารมณ์ ส่วนโลกุตตรจิตรับนิพพานเป็นอารมณ์] แต่ตทารมณ์มีปริตตารมณ์เป็นอารมณ์เท่านั้น จึงไม่มีความสงสัยในการเกิดขึ้นของตทารมณ์ในที่สุดของมหัคคตชวนจิตและโลกุตตรชวนจิตเหล่านั้น ทั้งอภิญญาชวนจิตบางดวงที่แม้มีปริตตารมณ์เป็นอารมณ์ก็มีสภาพสงบยิ่ง ดังนั้นจึงไม่มีการเกิดขึ้นของตทารมณ์นั้นในที่สุดของอภิญญาชวนจิต

(๑๔๒) ด้วยข้อความเหล่านี้ ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]ได้ปฏิเสธข้อความ[ในคัมภีร์วิภาวนี]ว่า “เพราะมหัคคตกรรมและโลกุตตรกรรมไม่ก่อให้เกิดตทารมณ์ และต่างจากกามาวจรกรรมที่ก่อให้เกิดตทารมณ์” เป็นต้น

อาจารย์ทั้งหลายยังประสงค์ตทารัมมณจิตแก่เหล่าสัตว์ผู้เป็นไปในกามาวจรภูมิเท่านั้น ไม่ประสงค์แก่รูปาวจรบุคคลและอรูปาวจรบุคคล เพราะว่าการเกิดขึ้นของตทารัมมณจิตย่อมไม่มีในที่สุดของกามาวจรชวนจิตที่แม้จะมีอารมณ์เป็นปริตตารมณ์อันเกิดในภูมิเหล่านั้น เนื่องจากไม่มีกามภวังค์ที่เป็นอุปนิสัยปัจจัยแก่ตทารมณ์ และไม่มีทารัมมณกิจแก่มหัคคภวังค์ที่สงบยิ่ง ส่วนจักขุวิญญาณและโสตวิญญาณย่อมเกิดขึ้นแก่รูปาวจรบุคคลด้วยอานุภาพแห่งความเกิดขึ้นของจักขุเป็นทรีย์และโสตินทรีย์ ทั้งสัมปฏิจฉันจิตและสันตืรณจิตก็เกิดขึ้นได้ เพราะความสำเร็จแห่งการกำหนดจิตในประเภทแห่งทวารวิถี

อาจารย์ทั้งหลายยังประสงค์ตทารมณ์ในอารมณ์ที่เป็นไปในกามาวจรธรรมเท่านั้น ไม่ประสงค์เอาในอารมณ์ที่เป็นไปในธรรมคือมหัคคตะ โลกุตตระ และบัญญัติ เพราะตทารัมมณจิตมีปริตตารมณ์เป็นอารมณ์แน่นอน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka