ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
กามาวจรชวนจิตย่อมแล่นไปในปริตตชวนวิถี ๖ ครั้งบ้างเท่านั้น ความหมายก็คือ
เมื่อความอ่อนกำลังของอารมณ์มีอยู่แม้ในเวลาปกติ กามาวจรชวนจิตย่อมแล่นไป ๖ ครั้ง
บ้าง ความจริงแม้ในคัมภีร์อรรถกถาก็กล่าวว่า กามาวจรชวนจิตย่อมดำเนินไป ๖ ครั้ง
ในฐานะที่อารมณ์อ่อนกำลังในเวลาปกติ แต่บางคนยังสำคัญว่า พระอนุรุทธอาจารย์กล่าว
คำว่า “๖ ครั้ง” นี้ โดยเนื่องกับเวลาสลบ
คำว่า มนุปปวุตติยํ (ในคราวเป็นไปอย่างเชื่องช้า) คือ ในคราวเป็นไปโดยการ
ที่ชวนจิตอันอาศัยหทัยวัตถุกมีกำลังอ่อน เพราะหทัยวัตถุที่ล่วงขณะจิตหลายขณะในเวลาใกล้
เสียชีวิตมีกำลังอ่อน ทั้งหทัยวัตถุก็มีกำลังอ่อนในคราวอื่นเพราะเป็นสิ่งละเอียดอ่อนยิ่ง หรือ
เพราะถูกสิ่งใดสิ่งหนึ่งเบียดเบียนทำร้าย
๓๒. คำว่า มรณกาลาทีสุ (ในมรณกาลเป็นต้น) คือ ในคราวใกล้เสียชีวิต
คราวสลบ คราวหมดสติ และคราวที่ปสาทวัตถุอ่อนกำลังยิ่ง
คราวสลบ คือ เวลาถูกความทุกข์ที่มีสภาพทนได้ยากบีบคั้นเข้าถึงความลำบาก
ยิ่งแห่งร่างกาย
คราวหมดสติ คือ เวลาปราศจากสัญญาตามปกติด้วยกำลังของปีติบ้าง ถูกความ
หลับครอบงำบ้าง ยักษ์เข้าสิงบ้าง หรือด้วยอำนาจของการเมาสุราเป็นต้นบ้าง
คราวที่ปสาทวัตถุอ่อนกำลังยิ่ง คือ เวลาที่ปสาทวัตถุภายในของเด็กที่อยู่ในครรภ์
หรือเริ่มคลอดมีกำลังอ่อนยิ่ง ความจริงในเวลาดังกล่าว วิถีที่ดำเนินไปในทวาร ๖ แม้เป็น
ไปในระหว่างๆ ก็มักจะไม่มีชวนวาระบริบูรณ์ วิถีจิตที่ประกอบด้วยโวฏฐัพพนจิต ๒ หรือ
๓ ครั้ง หรือมีชวนจิต ๔ หรือ ๕ ครั้งย่อมเป็นไป
วาระของจิตที่มีโวฏฐัพพนจิต ๒ หรือ ๓ ครั้ง กล่าวไว้ในคัมภีร์อรรถกถา ส่วน
วาระที่มีชวนจิต ๔ หรือ ๕ ครั้ง กล่าวไว้ในคัมภีร์มูลฎีกา
ส่วนคำว่า ปญฺจวารเมว (เพียง ๕ ครั้งเท่านั้น) นี้ กล่าวไว้โดยเนื่องกับคราวใกล้
เสียชีวิต มิใช่กล่าวไว้โดยเนื่องกับคราวสลบเป็นต้น ข้อความนั้นกล่าวไว้โดยประเภทแห่ง
บุคคลทั่วไป แต่ฌานเป็นต้นของผู้จุติหรือปรินิพพานในลำดับถัดจากฌาน ปัจจเวกขณญาณ