ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๕๒. ส่วนอารมณ์ของจิตที่เป็นไปในมโนทวาร แม้มี ๖ อย่าง ก็เป็นปัจจุบัน อดีต อนาคต และพ้นจากกาล [คือนิพพานและบัญญัติ] ตามสมควร [คือตามรายละเอียดที่กล่าวมาแล้ว] (๖๗)
๕๓. อนึ่ง อารมณ์ของจิตที่พ้นไปจากทวาร ที่เรียกว่าปฏิสนธิจิต ภวังคจิต และจุติจิต มี ๖ อย่าง รับรู้ได้ทางทวารทั้ง ๖ ทวาร ในภพอื่นโดยมาก เป็นปัจจุบัน อดีต หรือเป็นอารมณ์บัญญัติ ที่เรียกว่ากรรม กรรมนิมิต และคตินิมิต ตามสมควรแก่อารมณ์ที่เกิดขึ้น (๓)
[อารมณ์ของจิตดังกล่าว มีได้ทั้ง ๖ อย่างคือ รูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ และธัมมารมณ์ แต่เป็นอารมณ์ที่จะเกิดขึ้นแก่จิตในภพอื่น]
๕๔. ในบรรดาจิตเหล่านั้น จักขุวิญญาณจิตเป็นต้นมีอารมณ์เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เช่น รูปารมณ์ เป็นต้น ตามลำดับ
[หมายความว่า จักขุวิญญาณจิตรับรู้รูปารมณ์อย่างเดียว โสตวิญญาณจิตก็รับรู้สัททารมณ์อย่างเดียว ดังนี้เป็นต้น]
๕๕. ส่วนมโนธาตุจิตทั้ง ๓ มีอารมณ์ ๕ อย่างมีรูปารมณ์เป็นต้น
๕๖. จิตเหล่านี้คือ กามาวจรวิปากจิตที่เหลือ และหสนจิต (หสิตุปปาทจิต) มีอารมณ์เป็นกามาวจรเท่านั้น แม้โดยประการทั้งปวง (๑๐ + ๓ + ๑๒ = ๒๕)
๕๗. จิตเหล่านี้คือ อกุศลจิต และกามาวจรชวนจิตที่ไม่ประกอบด้วยญาณ มีอารมณ์ได้ทุกอย่าง ยกเว้นโลกุตตระ (๒๐)
๕๘. จิตเหล่านี้คือ กามาวจรกุศลจิตที่ประกอบด้วยญาณ และอภิญญากุศลจิตที่เรียกว่าปัญจมฌานจิต มีอารมณ์ได้ทุกอย่าง ยกเว้นอรหัตมรรคและอรหัตผล (๔)
๕๙. จิตเหล่านี้คือ กามาวจรกิริยาจิตที่ประกอบด้วยญาณ อภิญญากิริยาจิต และโวฏฐัพพนจิต มีอารมณ์ได้ทั้งปวง (๖)