ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
(ประมวลจิตที่พ้นจากวิถี)
๑. พระอนุรุทธาจารย์ได้แสดงปริจเฉทที่ชื่อว่าปวัตติสังคหะในปวัตติกาลดังนี้แล้ว บัดนี้ กล่าวคาถาแรกเพื่อแสดงปริจเฉทที่ชื่อว่าปวัตติสังคหะ ในปฏิสนธิกาล
[ปริจเฉทที่ ๔ และ ๕ ทั้งสองหมวด มีชื่อเรียกรวมกันว่า ปวัตติสังคหะ (ประมวลความเป็นไป) ปริจเฉทที่ ๔ ประมวลความเป็นไปในปวัตติกาล จึงชื่อว่า วีถิสังคหะ (ประมวลวิถีจิต) ส่วนปริจเฉทที่ ๕ ประมวลความเป็นไปในปฏิสนธิกาล ชื่อว่า วีถิมุตตสังคหะ (ประมวลจิตที่พ้นจากวิถี)]
พึงประกอบบทว่า ข้าพเจ้า[พระอนุรุทธาจารย์]กล่าวปริจเฉทที่ชื่อว่าปวัตติสังคหะในปวัตติกาลอย่างนี้ คือตามนัยที่กล่าวมาแล้วโดยจำแนกตามวิถีจิต บัดนี้ จะกล่าวปริจเฉทที่ชื่อว่าปวัตติสังคหะในปฏิสนธิกาล โดยจำแนกตามจิตที่พ้นจากวิถี และเมื่อได้กล่าวถึงความเป็นไปของจิตกับเจตสิกในปฏิสนธิกาลแล้ว ก็เป็นอันกล่าวความเป็นไปของจิตกับเจตสิกในเวลาเกิดภวังค์และจุติต่อจากปฏิสนธิกาล ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สนฺธิยํ (ในปฏิสนธิกาล)
(๑๔๖) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “[ข้าพเจ้าจะกล่าวปริจเฉทที่ชื่อว่าปวัตติสังคหะ ในปฏิสนธิกาล] และในเวลาจุติที่ถือเอาได้ด้วยการถือปฏิสนธิกาล เนื่องจากใกล้กับปฏิสนธิกาลนั้น” โดยมุ่งหมายว่า “พึงถือเอาการจุติถัดมาที่ล่วงแล้วอีกด้วยคำว่า สนฺธิ (ปฏิสนธิกาล) ในคาถานี้ เพราะในข้อความต่อมาพระอนุรุทธาจารย์แสดงการจุติในการ