Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 51 | >>

๑๘. แต่ในอวิภูตารมณ์ จะมีการตกภวังค์ในที่สุดของชวนจิต ไม่มีการเกิดขึ้นของตทารัมมณจิต

[อารมณ์ที่ปรากฏทางมโนทวารหรือทางใจโดยเฉพาะ มี ๒ ประการ คือ
- วิภูตารมณ์ คือ อารมณ์ที่ปรากฏชัดทางใจ มีขณะจิต ๑๒ ขณะโดยมีตทารัมมณจิตอยู่ท้าย
- อวิภูตารมณ์ คือ อารมณ์ที่ปรากฏไม่ชัดทางใจ มีขณะจิต ๑๐ ขณะโดยไม่มีตทารัมมณจิต]

คาถาสรุป

๑๙. วิถีจิตในมโนทวารนี้มี ๓ ดวงเท่านั้น ท่านกล่าวว่าวิถีจิตมี ๑๐ ดวงตามการเกิดขึ้นของจิต แต่พึงแสดงโดยพิสดารเป็น ๔๑ ดวง ทั้งหมดนี้เป็นวาระแห่งปริตตชวนจิตในปริเฉทนี้

อัปปนาชวนวาระ

(วาระของอัปปนาชวนะ)

๒๐. ส่วนในอัปปนาชวนวาระ ไม่มีความต่างกันของวิภูตารมณ์กับอวิภูตารมณ์ และไม่มีการเกิดขึ้นของตทารัมมณจิตเช่นเดียวกัน

๒๑. อธิบายว่า ในอัปปนาชวนวาระนั้น เมื่อจิตดวงใดดวงหนึ่งในบรรดากามาวจรชวนจิต ๘ ดวงซึ่งประกอบกับญาณเกิดขึ้น ๔ ครั้งหรือ ๓ ครั้งเท่านั้น โดยชื่อว่า บริกรรม อุปจาร อนุโลม และโคตรภู ตามลำดับ แล้วดับไป ในระหว่าง[จิตที่ดับไป]นั้นเอง ชวนจิตดวงใดดวงหนึ่งซึ่งเป็นจิตดวงที่ ๔ หรือดวงที่ ๕ ตามสมควรในบรรดามหัคคตชวนจิตและโลกุตตรชวนจิต ๒๖ ดวง ตามสมควรแก่การน้อมจิตไปเฉพาะในอารมณ์[สมถะหรือวิปัสสนา] ย่อมหยั่งลงสู่อัปปนาวิถีตามสมควร ถัดจากนั้น ในที่สุดของอัปปนาจิต ย่อมตกภวังค์ไป

๒๒. ในอัปปนาชวนวาระนั้น แม้อัปปนาชวนจิตที่ประกอบกับโสมนัส ก็พึงประกอบได้แน่นอนในลำดับต่อจากชวนจิตที่ประกอบกับโสมนัส อัปปนาชวนจิตที่ประกอบกับอุเบกขา ก็พึงประกอบได้ในลำดับต่อจากชวนจิตที่ประกอบกับอุเบกขา แม้ในชวนวาระเหล่านั้น กุศลชวนจิตและอริยผลเบื้องต่ำ ๓ ดวง ย่อมเข้าถึงอัปปนาในลำดับต่อจากกุศลชวนจิต กิริยาชวนจิตและอรหัตผลย่อมเข้าถึงอัปปนาในลำดับต่อจากกิริยาชวนจิต

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka