Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 53 | >>

๒๘. ตทารัมมณจิตและภวังคจิตที่ประกอบกับอุเบกขาย่อมเกิดขึ้นในที่สุดของชวนจิตที่ประกอบกับโทมนัส เพราะเหตุนั้น หากว่าไม่มีเหตุเกิดขึ้นของตทารัมมณจิตในที่สุดของชวนจิตที่ประกอบกับโทมนัส ของบุคคลผู้ถือปฏิสนธิด้วยจิตที่ประกอบกับโสมนัสเวทนา ในกาลนั้น อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า “สันตีรณจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขาเวทนาย่อมเกิดโดยปรารภตทารัมมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่ตนเคยสั่งสมมา ต่อจากนั้นจะตกภวังค์ไป”

๒๙. นอกจากนี้ ในที่สุดของกามาวจรชวนจิตนี้ อาจารย์ทั้งหลายยังประสงค์ตทารัมมณจิตแก่เหล่าสัตว์ที่เป็นไปในกามาวจรภูมิ ในอารมณ์ที่เป็นไปในกามาวจรธรรมเท่านั้น

คาถาสรุป

๓๐. เมื่อมีการกำหนดชวนจิต สัตว์บุคคล และอารมณ์ที่เป็นไปในกามภูมิ ท่านกล่าวตทารัมมณจิตในวิภูตารมณ์และอติมหันตารมณ์ ทั้งหมดนี้เป็นการกำหนดตทารัมมณจิตในปริเฉทนี้

การกำหนดชวนจิต

๓๑. อนึ่ง ในบรรดาชวนจิตทั้งหลาย กามาวจรชวนจิตย่อมแล่นไปในปริตตชวนวิถี ๗ ครั้งบ้าง ๖ ครั้งบ้างเท่านั้น

๓๒. แต่ในคราวที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า เช่น ในมรณาสันนกาลเป็นต้น ย่อมแล่นไปเพียง ๕ ครั้งเท่านั้น

๓๓. อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า “ปัจจเวกขณจิตของพระผู้มีพระภาคในเวลาที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เช่น ในเวลาแสดงยมกปาฏิหาริย์ เป็นต้น ย่อมเกิด ๔ หรือ ๕ คราว”

๓๔. ส่วนในอัปปนาจิตต้นๆ ของบุคคลผู้ปรารถนาความเพียร มหัคคตชวนจิต ย่อมแล่นไปครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนอภิญญาชวนจิตย่อมแล่นไปครั้งเดียวเท่านั้นในทุกเวลา หลังจากนั้นแล้วจะตกภวังค์

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka