ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๖๔. กามาวจรกุศลมีนี้ ๘ โดยจำแนกตามจิตที่เกิดขึ้น
๖๕. กามาวจรกุศลมี ๑๐ โดยจำแนกเป็นทาน (การให้) ศีล (การสำรวมกายวาจา) ภาวนา (การอบรมจิต) อปจายนะ (ความเคารพนอบน้อม) เวยยาวัจจะ (การขวนขวายช่วยเหลือ) ปัตติทานะ (การให้ส่วนบุญ) ปัตตานุโมทนะ (การอนุโมทนาบุญ) ธรรมสวนะ (การฟังธรรม) ธรรมเทศนา (การแสดงธรรม) และ ทิฏฐุชุกรรม (การทำความเห็นให้ตรง)
๖๖. อนึ่ง กรรมทั้ง ๑๐ นั้น ย่อมถึงการนับว่าเป็นกามาวจรกรรม
๖๗. ส่วนรูปาวจรกุศลเป็นมโนกรรมอย่างเดียว อนึ่ง รูปาวจรกุศลนั้นสำเร็จจากการภาวนา บรรลุความเป็นอัปปนา มี ๕ อย่างตามประเภทของฌาน
๖๘. เช่นเดียวกันนี้ อรูปาวจรกุศลเป็นมโนกรรม อรูปาวจรกุศลนั้นสำเร็จจากการภาวนา บรรลุความเป็นอัปปนา มี ๔ อย่างตามประเภทของอารมณ์
๖๙. ในภูมิแห่งการให้ผล ๔ อย่างเหล่านี้ อกุศลกรรมยกเว้นอุทธัจจะ ย่อมให้ผลปฏิสนธิในอบายภูมิ ส่วนในปวัตติกาล อกุศลกรรม ๑๒ อย่างทั้งหมด ย่อมส่งผลให้อกุศลวิบากทั้ง ๗ ดวงไปปรากฏในกามภูมิและรูปภูมิทั้งปวงตามสมควร
๗๐. กามาวจรกุศลย่อมให้ผลปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ เช่นเดียวกันนี้ ย่อมก่อให้เกิดมหาวิปากจิตในปวัตติกาล และก่อให้เกิดอเหตุ[กุศล]วิบากจิต ๘ ดวงในกามภูมิและรูปภูมิทั้งปวงได้ตามสมควร
๗๑. ในกามาวจรกุศลกรรมเหล่านั้น กุศลกรรมที่มีเหตุ ๓ อย่างยิ่งยอด ย่อมให้ผลปฏิสนธิที่มีเหตุ ๓ แล้วก่อให้เกิดวิปากจิต ๑๖ ดวงในปวัตติกาล