ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
มหากุศลจิตที่ประกอบกับญาณ เป็นสสังขาริก มีเหตุ ๓ อย่างอ่อนและมหากุศลจิตที่ไม่ประกอบกับญาณ เป็นสสังขาริก มีเหตุ ๒ อย่างยิ่งยอด ก่อให้เกิดจิต ๑๐ ดวง คือ อเหตุกุศลวิบากจิต ๘ ดวง และมหาวิปากจิตที่ไม่ประกอบกับญาณ เป็นสสังขาริก ๒
มหากุศลจิตที่ไม่ประกอบกับญาณ เป็นอสังขาริกและสสังขาริก มีเหตุ ๒ อย่างต่ำ ก่อให้เกิดจิต ๘ ดวง คือ อเหตุกุศลวิบากจิต ๘ ดวง]
๗๕. ผู้เจริญปฐมฌานที่เป็นรูปาวจรกุศลอย่างอ่อน ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นปาริสัชชา
๗๖. ผู้เจริญปฐมฌานนั้นอย่างปานกลาง ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นปุโรหิต
๗๗. ผู้เจริญปฐมฌานนั้นได้อย่างประณีต ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นมหาพรหม
๗๘. เช่นเดียวกันนี้ ผู้เจริญทุติยฌานและตติยฌานอย่างอ่อน ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นปริตตาภา
๗๙. ผู้เจริญทุติยฌานและตติยฌานอย่างปานกลาง ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอัปปมาณาภา
๘๐. ผู้เจริญทุติยฌานและตติยฌานอย่างประณีต ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอาภัสสรา
๘๑. ผู้เจริญจตุตถฌานอย่างอ่อน ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นปริตตสุภา
๘๒. ผู้เจริญจตุตถฌานอย่างปานกลาง ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอัปปมาณสุภา
๘๓. ผู้เจริญจตุตถฌานอย่างประณีต ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นสุภกิณหา
๘๔. ผู้เจริญปัญจมฌาน ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นเวหัปผลา
๘๕. ผู้เจริญปัญจมฌานนั้นนั่นเองที่คลายความยินดีในสัญญา ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอสัญญสัตว์
๘๖. ส่วนพระอนาคามี ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นสุทธาวาส