Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 66 | >>

๘๗. ผู้เจริญรูปาวจรกุศลไปตามลำดับ ย่อมไปอุบัติในหมู่พรหมชั้นอรูปพรหม

คาถาสรุป

๘๘. มหัคคตกุศลที่กล่าวมานี้ย่อมก่อให้เกิดวิบากที่เหมือนกัน ที่กำหนดไว้ตามภูมิในปฏิสนธิกาลและปวัตติกาล ทั้งหมดนี้เป็นหมวด ๔ ของกรรมในปริเฉทนี้

ลำดับแห่งการจุติและปฏิสนธิ

๘๙. ชื่อว่าการอุบัติแห่งมรณะมี ๔ อย่าง คือ การเสียชีวิตด้วยการสิ้นอายุขัย ด้วยการหมดกรรม ด้วยการสิ้นอายุขัยและหมดกรรมทั้งสองอย่าง และด้วยกรรมตัดรอน

๙๐. อนึ่ง กรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิสนธิในภพอื่น ที่มาปรากฏต่อหน้าในเวลาใกล้เสียชีวิตตามสมควร ด้วยเหตุ ๔ อย่างนั้นก็ดี กรรมนิมิต (อารมณ์ของกรรม) มีรูปารมณ์เป็นต้นที่ตนเคยได้ประสบมาก่อนและเป็นเครื่องมือในเวลาที่กระทำกรรมนั้นก็ดี คตินิมิต (เครื่องหมายของภพที่ไปอุบัติ) ที่ตนจะเข้าถึงและที่ตนจะได้รับในภพที่จะอุบัติเป็นลำดับต่อไปก็ดี ย่อมมาปรากฏในทวารใดทวารหนึ่งในบรรดาทวารทั้ง ๖ ด้วยแรงกรรมแก่สัตว์ทั้งหลายที่กำลังจะเสียชีวิต

ลำดับต่อจากนั้น โดยส่วนมาก กระแสจิตจะรับอารมณ์ที่เข้ามาปรากฏโดยประการอย่างนั้น ทั้งที่บริสุทธิ์หรือเศร้าหมองตามสมควรแก่กรรมที่จะผลิตผล แล้วดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เหมือนน้อมเข้าสู่อารมณ์ตามที่ปรากฏนั้นตามสมควรแก่ภพที่จะไปอุบัติอีกอย่างหนึ่ง กรรมที่จะให้ไปอุบัติอันนั้นเองย่อมมาสู่ทวาร ด้วยอำนาจของการทำให้เกิดขึ้นใหม่

๙๑. ในเวลาสิ้นสุดแห่งวิถีจิตหรือในเวลาสิ้นสุดภวังค์ของบุคคลผู้ใกล้เสียชีวิตนั้น จุติจิตซึ่งเป็นจิตดวงสุดท้ายของปัจจุบันภพ เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไปด้วยอำนาจของการจุติ เมื่อจิตนั้นสิ้นสุดดับไปแล้ว ลำดับต่อจากจุติจิตนั้น จิตที่เรียกว่า ปฏิสนธิจิต จะรับอารมณ์ตามที่มรณาสันนวิถีจิต (วิถีจิตในเวลาใกล้เสียชีวิต) รับอารมณ์ไว้ ทั้งที่มี[หทัย]วัตถุหรือที่

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka