ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ฉันใด แม้ภิกษุจำนวนมาก จักปรินิพพานด้วยการดับไม่มีขันธ์เหลืออยู่ นิพพานธาตุก็ไม่
ปรากฏความพร่องหรือเต็ม ฉันนั้น”
ในคัมภีร์อรรถกถาอธิบายว่า
น เตน นิพพานธาตุยา องฺตตํ วา ปูรตํ วา ปญฺญายตีติ อสงฺเขยฺยเยปิ
มหากปเป พุทฺเธสุ อนุุปปชฺชนเตสุ เอกสตฺโตปิ ปรินิพพาตํ น สกโกติ. ตทาปิ ตุจฺฉา
นิพพานธาตุติ น สกกา วตฺตุ. พุทธกาเล ปน เอเกกสฺมึ สมาคม เอสงฺเขยฺยยาปิ สตฺตา อมตํ
อาราเรนฺติ. ตทาปิ น สกกา วตฺตุ ปูรา นิพพานธาตุ.๑๓๓
“คำว่า ‘มหาสมุทรไม่ปรากฏความพร่องหรือเต็มด้วยเหตุนั้น’ หมายความว่า
เมื่อพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่ทรงอุบัติเกิดในมหากัปนับไม่ถ้วน แม้บุคคลผู้หนึ่งก็ไม่อาจปริ-
นิพพาน เมื่อนั้นย่อมกล่าวไม่ได้ว่านิพพานธาตุว่างเปล่า ส่วนในสมัยพุทธกาลแม้เหล่าสัตว์
นับไม่ถ้วนบรรลุมรรคธรรมในการประชุมฟังธรรมครั้งหนึ่งๆ เมื่อนั้นก็กล่าวไม่ได้ว่า นิพพาน-
ธาตุเต็ม”
มีพระพุทธวจนะในพรหมนิมันตนสูตรว่า
วิญญาณํ อนิทสฺสนํ อนนต์ สพฺพโตปภํ.๑๓๔
“นิพพานที่พึงรู้แจ้ง กล่าวไม่ได้ว่ามีสัณฐานเช่นนี้ไม่มีขอบเขต ผุดผ่องยิ่งนัก มีอยู่”
ในคัมภีร์อรรถกถาอธิบายว่า
สพฺพโตปนฺติ สพฺพโต ปภาสมุปปนฺนํ นิพพานโต หิ อญฺโญ โกจิ ธมฺโม ปภสุสฺสโร
วา โชติวนุตตโร วา ปริสุทธตโร วา ปณฺฑรตโร วา นตฺถิ. สพฺพโต วา ปฏตเมว โหติ. น
กตฺถจิ นตฺถีติ สพฺพโตปภํ. ปรตฺถถิมทิสาทีสุ หิ อสุกทิสายํ นาม นิพพานํ นตฺถีติ น วตฺตพฺพํ.๑๓๕
“คำว่า ‘ผุดผ่องยิ่งนัก’ หมายความว่า ถึงพร้อมด้วยความผุดผ่อง รอบด้าน เพราะ
ไม่มีธรรมอื่นจากนิพพานที่ผุดผ่องกว่า รุ่งโรจน์กว่า หรือผ่องใสกว่า