Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อีกนัยหนึ่ง อย่างแรกชื่อว่า ดับในปัจจุบันภพ อย่างหลังชื่อว่า ดับในสัมปรายภพ
ดังพุทธวจนะว่า

เอกา หิ ธาตุ อิธ ทิฏฐธมฺมิกา สอุปาทิเสสา ภวเนตฺติสงขยา. อนุปาทิเสสา ปน
สมปรายิกา.๑๗

“สภาพดับอย่างหนึ่งมีอยู่ในปัจจุบันภพ ชื่อว่า สอุปาทิเสสะ เพราะสิ้นตัณหา สภาพ
ดับอีกอย่างหนึ่งที่มีในสัมปรายภพ ชื่อว่า อนุปาทิเสสะ”

ในอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต๑๘ พระผู้มีพระภาคตรัสอนุุปาทิเสสนิพพานของ
พระขีณาสพ ๒ จำพวกคือผู้หลุดพ้นด้วยนัยทั้งสอง [สมถะและวิปัสสนา] และผู้หลุดพ้นด้วย
[วิปัสสนา]ปัญญาโดยยังมีขันธ์เหลืออยู่ [แต่ดับกิเลสทั้งหมดแล้ว] แล้วตรัสสอุปาทิเสสนิพพาน
ของพระเสกขะ ๔ จำพวกที่ยังมีกิเลสเหลืออยู่ คือกายสักขิ (ผู้มีนามธรรมเป็นสักขีพยาน
= ผู้บรรลุปาวรณานก่อนแล้วกระทำนิพพานให้แจ้งด้วยนามธรรมคือกลุ่มเจตสิกมีปัญญา
เป็นประธาน) ทิฏฐปัตตะ (ผู้เข้าถึงสัมมาทิฏฐิ = ผู้บรรลุอรัตตผลต่อจากที่รับรู้นิพพาน
ด้วยโสตาปัตติมรรคญาณ) สัทธาวิมุตติ (ผู้หลุดพ้นจากกิเลสด้วยศรัทธา) และธรรมานุสารี
(ผู้บรรลุมรรคเบื้องสูงด้วยปัญญา) พร้อมทั้งปุถุชนผู้ประพฤติดีหมั่นปฏิบัติธรรม

ส่วนในอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต๑๙ พระพุทธองค์ตรัสสอุปาทิเสสนิพพานของ
พระเสกขะ ๙ จำพวกที่ยังมีกิเลสเหลืออยู่ คือพระอนาคามี ๕ จำพวกอันได้แก่อันตราปริ-
นิพพายี (ผู้ดับกิเลสได้ในท่ามกลางอายุ) อุปหัจจปรินิพพายี (ผู้ดับกิเลสได้เมื่อล่วงท่ามกลาง
อายุ) อสังขารปรินิพพายี (ผู้ดับกิเลสได้โดยไม่พากเพียรมาก) สสังขารปรินิพพายี (ผู้ดับ
กิเลสได้ด้วยความเพียรยิ่ง) อุทธังโสตอกนิฏฐคามี (ผู้ไปเกิดในอกนิฏฐภูมิ มีกระแสรหัตต-
มรรคที่พึงได้รับในภพชั้นสูง) พร้อมทั้งพระสกทาคามี และพระโสดาบัน ๓ จำพวก นอกจาก
นั้นในเนตติกรณ์ได้กล่าวว่าอรัตตผลก็เป็นสอุปาทิเสสนิพพานได้ ข้อนั้นไม่พึงประสงค์ในนี้

สอุปาทิเสสนิพพาน คือ ความดับกิเลสในขณะเกิดมรรค

อนุปาทิเสสนิพพาน คือ การไม่เกิดขันธ์ต่อจากจุติจิต

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka