Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อย่างใดอย่างหนึ่งที่ดับได้ยกเว้นธรรมดังกล่าว ความหมดสิ้นโมหะอาจดับปริโยทที่มีโมหะ
เป็นมูลเหตุได้ ไม่มีธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่ดับได้ยกเว้นธรรมดังกล่าว นิพพานชื่อว่า
สุญญตะ (ว่างจากปริโยท) เพราะว่างจากปริโยททั้งหมดโดยประการฉะนี้

คำว่า นิมิตตะ (สัณฐาน) คือ อาการหยาบที่ทำให้ขันธ์เกิดขึ้นและดำเนินไป ส่งผล
ให้สังขตธรรมที่เกิดร่วมกันเป็นบ่อเกิดกิเลสทั้งหมดและชรามรณะ เป็นที่ตั้งของมาร
เวร และโทษมีโรคเป็นต้นทั้งหมด เป็นเหตุให้สังขารเหล่านั้นเรียกว่า “บ่วงแห่งมาร” บ้าง
“บ่วงแห่งมัจจุ” บ้าง และทำให้สังขารต่างกันโดยจำแนกเป็นกาล ทิศ สถานที่ กระแสขันธ์
เป็นต้น พร้อมทั้งความทรามหรือความประณีตเป็นต้น แต่นิพพานไม่มีสัณฐาน เพราะ
เกิดขึ้นด้วยความดับสิ้นของธรรมที่มีสัณฐานทั้งหมด จึงชื่อว่า อนิมิตตะ (ไม่มีสัณฐาน)

ความจริงนิพพานกำจัดธรรมที่มีสัณฐานอันเป็นบ่อเกิดของโทษมีกิเลสเป็นต้น
ทั้งหมดแล้ว ดำรงอยู่เสมอโดยทำให้โทษเหล่านั้นปราศจากไป ทั้งนิพพานนั้นก็ไม่ต่างกัน
โดยกาลเวลาว่า “นี่คือนิพพานของพระพุทธเจ้าพระองค์โน้นในกัปโน้นที่ล่วงมาแล้ว นี่คือ
นิพพานของพระพุทธเจ้าพระองค์โน้นในอนาคต นี่คือนิพพานของพระพุทธเจ้าพระองค์
โน้นในปัจจุบัน” ความต่างกันโดยทิศย่อมไม่มีว่า “ในบรรดาทิศ ๑๐ คือนิพพานในทิศนั้น
นี่คือนิพพานในทิศโน้น” ความต่างกันโดยสถานที่หรือกระแสขันธ์ย่อมไม่มีว่า “นี่คือ
นิพพานในมนุษย์โลก นี่คือนิพพานในเทวโลก นี่คือนิพพานในพรหมโลก นี่คือนิพพาน
ของมนุษย์ นี่คือนิพพานของเทวดา นี่คือนิพพานของพรหม” เช่นเดียวกันนี้ ความต่างกัน
โดยจำแนกเป็นความประณีตเป็นต้นย่อมไม่มีว่า “นี่คือนิพพานของพระพุทธเจ้า นี่คือ
นิพพานของพระปัจเจกพุทธเจ้า นี่คือนิพพานของพระสาวก”

คำว่า ปณิหิต ปณิธาน ปณิธิ (ความปรารถนา) อาสา (ความอยากได้) ชิฆจุฉา
(ความหิว) ปิปาสา (ความกระหาย) มีอรรถอย่างเดียวกัน ทั้งสังขตธรรมย่อมก่อให้เกิด
ทุกข์คือความอยาก เพื่อให้ได้รับ[อิฏฐารมณ์]เป็นนิตย์เพราะเกิดขึ้นแล้วดับไป[จึงทำให้
อยากได้รับอยู่เสมอ] สที่สุดของทุกข์คือความอยากย่อมไม่มี ทุกข์ทั้งหมดมีความอยากเป็น
มูลเหตุ เหตุแห่งทุกข์ที่เสมอความอยากย่อมไม่มี แต่นิพพานย่อมกำจัดความปรารถนา

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka