Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ขอบเขตมีความลึกซึ้งเป็นต้น ภาวะที่ไม่มีย่อมไม่ควรเป็นที่ตั้งแห่งคุณลักษณะเหล่านั้น ดัง
พระพุทธวจนะว่า นิพฺพานํ ปรม่ สุขํ๑๓ (นิพพานเป็นสุขยิ่ง) และความสุขก็มีไม่ได้ใน
ภาวะที่ไม่มีนั้น ด้วยเหตุ ดังกล่าว เหตุแห่งความดับที่มีอานุภาพทำให้เกิดความดับได้ จึง
ควรได้ชื่อว่า นิพพาน”

หากเป็นตามนี้ ประโยชน์ที่ยิ่งกว่าความสงบจากทุกข์ในวัฏฏะย่อมมีไม่ได้ แต่
หมู่คุณของนิพพานย่อมสำเร็จโดยความเป็นปฏิปักษ์ต่อวัฏฏะอันไม่มีที่สุด มิใช่สำเร็จโดย
ประการอื่น ดังนั้น หมู่โทษที่ปรากฏในวัฏฏะจึงสำเร็จเป็นหมู่คุณมากมายในการดับวัฏฏะ
ทั้งความดับนั้นก็ลึกซึ้งรู้ได้ยากเนื่องจากเป็นธรรมพิเศษเฉพาะซึ่งทำให้มหาชนย่อมสำคัญ
ผิดว่าเป็นสมมติบัญญัติที่ไม่มีจริง จึงควรเว้นการกล่าวถึงความลึกซึ้งแห่งหมู่คุณของ
ความดับนั้น อนึ่ง สุขจากความสงบคือความดับทุกข์ในวัฏฏะ ดังพระพุทธวจนะว่า เตสํ วูปสโม
สุขโข๑๑๔ (ความดับของสังขารเหล่านั้นเป็นสุข) ทั้งความสงบก็คือความดับของสังขาร
โดยสิ้นเชิง ดังนั้น การที่ความดับเป็นสุขที่ยอดเยี่ยมกว่าสุขจากการเสวยอารมณ์ทั้งหมด
ที่นับว่า เป็นทุกข์ในวัฏฏะจึงมีได้

ภาวะที่นิพพานมีอยู่จริงโดยปรมัตถ์ พึงทราบตามพระสูตรว่า

อตฺถิ ภิกฺขเว อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงขตํ. โน เจ ตํ ภิกฺขเว อภิสฺส อชาตํ อภูตํ
อกตํ อสงขตํ, น ยิมสฺส ชาตสฺส ภูตสฺส กตสฺส สงขตสฺส นิสฺสรณ์ ปญฺญายเถ. ยสฺมา จ โข
ภิกฺขเว อตฺถิ อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงขตํ, ตสฺมา ชาตสฺส ภูตสฺส กตสฺส สงขตสฺส นิสฺสรณ์
ปญฺญายตี.๑๑๕

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติไม่เกิดแล้ว ไม่เป็นแล้ว ไม่มีเหตุปัจจัยกระทำแล้ว
ไม่ถูกปรุงแต่งแล้ว มีอยู่ ถ้าธรรมชาติอันไม่เกิดแล้ว ไม่เป็นแล้ว ไม่มีเหตุปัจจัยกระทำแล้ว
ไม่ถูกปรุงแต่งแล้ว จักไม่มี ความหลุดพ้นจากธรรมชาติที่เกิดแล้ว เป็นแล้ว มีเหตุปัจจัย
กระทำแล้ว ถูกปรุงแต่งแล้วนี้ จะไม่พึงปรากฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะธรรมชาติอัน
ไม่เกิดแล้ว ไม่เป็นแล้ว ไม่มีเหตุปัจจัยกระทำแล้ว ไม่ถูกปรุงแต่งแล้ว มีอยู่ ดังนั้น ความ
หลุดพ้นจากธรรมชาติที่เกิดแล้ว เป็นแล้ว ถูกเหตุปัจจัยกระทำแล้ว ปรุงแต่งแล้ว จึงปรากฏ”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka