Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ยสุมา จ โข, ภิกฺขเว, อตฺถิ อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงขตํ, ตสฺมา ชาตสฺส ภูตสฺส
กตสฺส สงขตสฺส นิสฺสรณํ ปญฺญายติ.๑๑๗

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย โดยเหตุที่ธรรมชาติอันไม่เกิดแล้ว ไม่เป็นแล้ว ไม่มีเหตุปัจจัย
กระทำแล้ว ไม่ถูกปรุงแต่งแล้ว มีอยู่ ดังนั้น ความหลุดพ้นจากธรรมชาติที่เกิดแล้ว เป็นแล้ว
ถูกเหตุปัจจัยกระทำแล้ว ปรุงแต่งแล้ว จึงปรากฏ”

ด้วยพระดำรัสนี้นี้ พระพุทธองค์ทรงแสดงว่า ความดับมีอยู่จริงโดยปรมัตถ์ ดัง
พระพุทธวจนะว่า

อวิชฺชานิโรทา สงขารนิโรโธ. สงขารนิโรทา วิญญาณนิโรโธ ฯเปฯ ทุกฺขกขุนฺธสุส
นิโรโธ โหติ.๑๑๘

“สังขารย่อมดับเพราะการดับของอวิชชา วิญญาณย่อมดับเพราะการดับของ
สังขาร...ความดับแห่งกองทุกข์ทังส้ลวมนี้ย่อมมีอย่างนี้”

ถามว่า : เหตุใดจึงแสดงได้เช่นนั้น

ตอบว่า : เพราะบทว่า อตฺถิ (มีอยู่) [ในพระบาลีข้างต้นนั้น]แสดงข้อความที่มี
อยู่จริง

ในพระบาลีนั้น ความดับมี ๒ อย่าง คือ ชาตนิโรธ (ความดับหลังจากเกิดขึ้น)
และอชาตนิโรธ (ความดับสนิทไม่เกิดอีก)

ชาตนิโรธ คือ การเกิดขึ้นแล้วดับไป ความดับนี้เป็นชื่อของมัจจุ (มัจจุราช) หรือ
มรณะ (ความตาย)

อชาตนิโรธ คือ สภาพที่กิเลสเป็นต้นอันเกิดในจิตไม่เกิดขึ้นโดยประการทั้งปวง
เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสถึงว่า

โย สพฺพสงขารสมโถ สพฺพุปธิสฺสุคฺโค ตณฺหกขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ.๑๑๙

“ความสงบแห่งสังขารทั้งปวง การละอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความคลาย
กำหนัด ความดับ ความสิ้นไป”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka