ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อีกนัยหนึ่ง อาสวะ คือ กิเลสที่เพิ่มพูนทุกข์ในสงสารอันยาวนาน
อีกนัยหนึ่ง อาสวะ คือ กิเลสที่ดำเนินไปโดยรับอารมณ์จนถึงภวัคคภูมิโดยภพ
และจนถึงโคตรภูโดยสภาวธรรม เพราะ อา อุปสรรคแสดงความหมายว่า “เขตแดน”
เขตแดนมี ๒ อย่าง คือ มริยาทวิสัย (เขตแดนจรดสถานอื่นณ์) และอภิวิธิวิสัย
(เขตแดนแผ่ไปตลอด)
มริยาทวิสัย คือ เขตแดนที่มีกริยาอันเป็นไป[โดยสิ้นสุดที่ขอบเขตหนึ่ง] ทำให้
กำหนดเขตแดนภายนอกขอบเขตนั้นได้ เหมือนคำว่า อาปตาลปุตุตา เทโว วุฏโฐ (ฝนตก
จรดนครปาฏลีบุตร) [อา อุปสรรคในที่นี้ใช้เพื่อแสดงเขตแดนที่กริยานั้นไม่มีกำลังไปถึง]
อภิวิธิวิสัย คือ เขตแดนที่มีกริยาอันเกี่ยวข้องกันเป็นไปโดยแผ่ไปตลอดเขตแดน
เหมือนคำว่า อาพุรหุมโลกา ภคโตก กิตฺติสทฺโท อพุภคุคโต (เกียรติศัพท์ของพระผู้มีพระภาค
ฟุ้งขจรถึงพรหมโลก) แต่ในที่นี้[แสดงเขตแดนที่มีกริยานั้นมีกำลังไปถึงโดยตลอด] จึงเป็น
อภิวิธิวิสัย มีความหมายว่า กิเลสที่ดำเนินไปจนถึง ภวัคคภูมิและโคตรภู
[คำว่า อาสว มีความหมาย ๔ ประการ คือ
- กิเลสคล้ายของหมักดอง = อาสวา วิยาติ อาสวา (อาสว ศัพท์ + ณ ปัจจัยในอรรถ
อุปมา อาสว ศัพท์มีอรรถว่า ของหมักดอง)
- กิเลสคล้ายน้ำหนอง = อาสวา วิยาติ อาสวา (อาสว ศัพท์ + ณ ปัจจัยในอรรถอุปมา
อาสว ศัพท์มีอรรถว่า น้ำหนอง)
- กิเลสที่เพิ่มพูนทุกข์ในสงสารอันยาวนาน = อายตํ สํสารทุกข์ สวนฺตีติ อาสวา (อา
บทหน้า + สุ ธาตุ = เพิ่มพูน + อ ปัจจัย อา อุปสรรคมีอรรถว่า ยาวนาน)
- กิเลสที่ดำเนินไปจนถึงภวัคคภูมิและโคตรภู = ภวโต อาภวคุคา ธมฺมโต อาโตรภุมฺหา
สวนฺตีติ อาสวา (อา บทหน้า + สุ ธาตุ = ดำเนินไป + อ ปัจจัย อา อุปสรรคมีอรรถว่า เขตแดน)]
(๒๐๙) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “เขตแดนมี ๒ ประเภทโดยจำแนกเป็นมริยาทะ
และอภิวิธิ” และอธิบายว่า “ในบรรดาเขตแดนเหล่านั้น มริยาทะ คือ เขตแดนที่เป็นไปโดย
กระทำกริยาเป็นภายนอกเหมือนคำว่า ‘ฝนตกจรดนครปาฏลีบุตร’ อภิวิธิ คือ เขตแดน