ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ปฏิสนธิจิตยกเว้นอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมมีได้ต่อจากรูปาวจรจุติจิต ปฏิสนธิทั้งปวงย่อมมีได้ต่อจากกามาวจรจุติจิตที่มีเหตุ ๓ ส่วนปฏิสนธิจิตที่เกิดต่อจากจุติจิตอื่น[คือ จุติที่มีเหตุ ๒ หรือไม่มีเหตุ] ย่อมเกิดได้ในกามภูมิเท่านั้น ทั้งหมดนี้เป็นลำดับแห่งจุติจิตและปฏิสนธิจิตในปริเฉทนี้
๙๙. ตั้งแต่เวลากัดจากการดับแห่งปฏิสนธิจิต ของสัตว์ผู้ถือปฏิสนธิตามที่กล่าวมาเช่นนี้ เมื่อไม่มีวิถีจิตเกิดขึ้น [ปฏิสนธิจิตนั้นย่อมรับอารมณ์นั้นนั่นเอง แล้วเป็นจิตที่เรียกว่า ลำดับภวังค์ โดยความเป็นเหตุสืบต่อภพ ดำเนินไปอย่างไม่ขาดสายดุจสายน้ำ ตราบจนถึงการอุบัติของจุติจิต
๑๐๐. อนึ่ง ในวาระสุดท้าย ปฏิสนธิจิตนั้นจะเกิดเป็นจุติจิตด้วยอำนาจของการจุติแล้วดับไป
๑๐๑. ต่อจากนั้น ปฏิสนธิจิตเป็นต้นย่อมหมุนเวียนไปตามลำดับ เปรียบเสมือนล้อรถฉะนั้น
๑๐๒. ปฏิสนธิจิต ภวังคจิต วิถีจิต และจุติจิต ย่อม เป็นไปในปัจจุบันภพนี้ ฉันใด กระแสจิตนี้คือปฏิสนธิจิต และภวังคจิต เป็นต้น ย่อมหมุนเวียนไปในภพอื่นอีก ฉันนั้น
ผู้รู้ทั้งหลายผู้มีพุทธวงศางตลอดกาลนาน หยั่งเห็นจิต กับเจตสิกนี้ว่าเป็นสิ่งไม่ยั่งยืน ได้บรรลุพระนิพพานอันไม่เคลื่อนคลาดแล้ว เป็นผู้มีพันธนาการคือเยื่อใยที่ตัดขาดดีแล้ว จักเข้าถึงแดนสงบ
ในคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ