ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
คำว่า อภิฌา (ความชอบใจ) เป็นชื่อของความชอบใจทั้งหมด ความชอบใจ
ในรูปฌานและอรูปฌานจึงนับเข้าในคำนี้
คำว่า พยาปาโท (ความปองร้าย) คือ โทสะทั้งหมด
คำว่า อิทังสัจจาทินิเวโส (ความเชื่อถือว่าความเห็นนี้จริง) คือ ความยึดถือผิด
ที่ว่า ความเห็นนี้ถูก ความเห็นอื่นผิด
สีลัพพตปรามาส คือ ความยึดถือผิดในศีลพรตแบบวัวเป็นต้นอันมิใช่ทางพ้นทุกข์
ในวัฏฏะ กล่าวคือ คาดคะเนถือเอาโดยประการนั้นๆ
ในพากย์นี้ คำว่า “[ความยึดถือ]อย่างผิดพลาด” คือตรงข้ามกับสภาพที่มีจริง
คำว่า กาย (หมู่รูปนาม) ในบททั้งหมด เป็นไปในหมู่รูปและหมู่นาม กิเลสที่สืบต่อ
หมู่รูปนามปัจจุบันกับหมู่รูปนามอดีต หรือสืบต่อรูปนามอนาคตกับหมู่รูปนามปัจจุบัน จึง
ชื่อว่า กายคันถะ (เครื่องร้อยรัดหมู่รูปนาม)
อีกนัยหนึ่ง ปม[คือกิเลส]ในหมู่รูปนาม ชื่อว่า กายคันถะ ความหมายก็คือ ปม
ภายใน
คำว่า คณฐ เป็นไปในอรรถว่า “ปม” เหมือนคำว่า นิคณุโส นาฏปุตโต (บุตร
นักฟ้อนผู้ไม่มีปม[คือกิเลส])
[คำว่า คณฐ มีความหมาย 2 ประการ คือ
- เครื่องร้อยรัดหมู่รูปนาม = กาเย คณโถ กายคณโถ (กาย + คณฐ = เครื่องร้อยรัด)
- ปมในหมู่รูปนาม = กาเย คณุโถ กายคณุโถ (กาย + คณฐ = ปม แปลง ณุฐ เป็น นฤ)]
๗. อุปาทาน (เครื่องยึดมั่น) คือ กิเลสยึดมั่น กล่าวคือ จับไว้ไม่ปล่อย
กามุปาทาน หมายถึง เครื่องยึดมั่นือกิเลสกามนั่นแหละ
อีกนัยหนึ่ง กามุปาทาน คือ เครื่องยึดมั่นวัตถุกาม
[คำว่า กามุปาทาน มีความหมาย 2 ประการ คือ
- เครื่องยึดมั่นือกิเลสกาม = กาโม เอว อุปาทาน์กามุปาทานำ (อวธารณบุรพบท กรรม-
ธารยสมาส)