ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
เป็นต้น คือพัวพันยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยอาการนอนเนื่อง
[คำว่า อนุสย มีความหมาย ๔ ประการ คือ
- กิเลสที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับเหตุปัจจัยอันเหมาะสม = อนุเสนติติ อนุสยา (อนฺ อุปสรรคมีอรรถว่า เหมาะสม สิ ธาตุ มีอรรถว่า เกิดขึ้น)
- กิเลสที่เกิดขึ้นเสมอ = อนุ อนุ เสติติ อนุสยา (อนฺ อุปสรรคมีอรรถว่า เสมอ สิ ธาตุ มีอรรถว่า เกิดขึ้น)
- กิเลสที่คล้อยตามนอนเนื่องอยู่ = อนุรูปา หุตฺวา เสติติ อนุสยา (อนฺ อุปสรรคมีอรรถว่า คล้อยตาม สิ ธาตุ มีอรรถว่า นอนเนื่อง)
- กิเลสที่นอนเนื่องเสมอ = อนุ อนุ เสติติ อนุสยา (อนฺ อุปสรรคมีอรรถว่า เสมอ สิ ธาตุมีอรรถว่า นอนเนื่อง)]
คำว่า อนุสัย เป็นชื่อของกามราคะเป็นต้นที่ตั้งอยู่ในระยะแรกจากระยะที่เป็นไปของราคะเป็นต้น มี ๓ ระยะ กล่าวคือ ระยะอนุสัย ระยะฟุ้งขึ้นในจิต และระยะล่วงละเมิด
ระยะล่วงละเมิด คือ ระยะที่เป็นไปอย่างนั้นของกามราคะเป็นต้นที่เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ร่างกายและวาจาเคลื่อนไหวสื่อสาร
ระยะฟุ้งขึ้นในจิต คือ ระยะที่เป็นไปอย่างนั้นของกามราคะเป็นต้นที่เกิดร่วมกับชวนจิตดำเนินไปในจิตเท่านั้น
ระยะอนุสัย คือ ระยะที่เป็นไปอย่างนั้นของกามราคะเป็นต้นที่ยังไม่ได้เกิดร่วมกับชวนจิต นอนเนื่องอยู่ในกระแสจิตเหมือนนิสัยเดิมที่เคยชิน ตั้งอยู่โดยความเป็นเหตุให้เกิดฟุ้งขึ้นในจิต ทำให้อาวัชชนจิตตัดกระแสกวังค์โดยไม่แยบคายเพื่อให้ราคะเป็นต้นเกิดขึ้นในเวลาอารมณ์ที่สวยงามเป็นต้นมาปรากฏ และเป็นเหตุให้จิตที่มิได้อบรมไม่อาจข่มกลั้นได้
กามราคะเป็นต้นที่มีระยะนอนเนื่อง ชื่อว่า อนุสัย อนุสัยเหล่านั้นเป็นปรมัตถ์ เพราะมีสภาพไม่แปรปรวนโดยแท้ ทั้งมิใช่กุศลหรืออัพยากฤต เพราะมีสภาพเป็นอกุศลแน่นอน และไม่ตรงกันข้ามกับกุศลและอัพยากฤต เพราะไม่ปรากฏโดยความเป็นธรรมที่เกิดร่วมกันโดยเฉพาะ อีกทั้งไม่พ้นจากกาลสามกาล เพราะปรากฏโดยอาศัยธรรมที่มีใน