Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

“[ถามว่า] กามราคานุสัยของบุคคลใดเกิดขึ้นอยู่ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นเกิดขึ้นอยู่หรือ”

ส่วนนิโรธวาระ (วาระดับไป) และอตีตานาคตวาระ (วาระที่เป็นอดีตและอนาคต) ไม่ตรัสไว้ในพระบาลี]

ข้อความในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรคว่า

หยฺจิ ปจฺจุปปนฺเน กิเลเส ปชหติ.เตน หิ รตฺโต ราคํ ปชหติ, ทุฏฺโฐ โทสํ, มุโหฺห โมหํ.๑๑

“ถ้าบุคคลพึงละกิเลสที่เป็นปัจจุบันได้ ผู้กำหนัดอยู่อมละราคะได้ ผู้โกรธอยู่ย่อมละโทสะได้ ผู้หลงอยู่ย่อมละโมหะได้”

ข้อความนั้นหมายความถึงปัจจุบันขณะที่แท้จริงของราคะเป็นต้นที่ฟุ้งขึ้นในจิต ดังในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า

วตฺตมานุปปนฺนํ ภุตุวาวิตตฺปปนฺนํ โอกาสกตฺปปนฺนํ สมฺทาจารุปปนฺนนฺติ จตุพพิธ์ อุปปนฺนํ น มคุควจุชมฺ. ภูมิลิทฺรุปปปนฺนํ อารมฺมณธิคคหิตุปปปนฺนํ อวิกขมฺภิตุปปปนฺนํ อสมุคฺมาฏิตุปปนุนฺติ จตุพพิธ์ มคุควจุชมฺ.๑๒

“ปัจจุบัน ๔ อย่างคือ วตฺตมานุปปันนะ (ปัจจุบันที่เกิดขึ้นอยู่) ภุตุวาวิตตฺปปันนะ (ปัจจุบันที่เสวยอารมณ์แล้วดับไป) โอกาสกตฺปปันนะ (ปัจจุบันที่ให้โอกาสส่งผล) และสมฺทาจารุปปันนะ (ปัจจุบันที่ดำเนินไป เสมอ) ไม่ควรละด้วยมรรค ส่วนปัจจุบัน ๔ อย่าง คือ ภูมิลิทฺรุปปันนะ (ปัจจุบันที่ได้อารมณ์คือขันธ์ ๕) อารัมมณธิคคหิตุปปันนะ (ปัจจุบันที่รับอารมณ์ยิ่งกว่าปกติ) อวิกขัมภิตุปปันนะ (ปัจจุบันที่ยังไม่ถูกข่มไว้ด้วยสมถะและวิปัสสนา) และอสมุคฺมาฏิตุปปันนะ (ปัจจุบันที่ยังไม่ได้กำจัดด้วยมรรค) ควรละด้วยมรรค”

[หมายความว่า อนุสัยที่ควรละด้วยมรรคเรียกว่าเป็นปัจจุบัน ๔ อย่างหลัง จึงกล่าวโดยปริยายว่าอนุสัยเป็นปัจจุบันได้]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka