Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

กรรมที่เป็นสุจริตและทุจริตอื่นก็มีการเพ่งอารมณ์และมรรคอย่างนี้

ในคัมภีร์วิภังค์และพระสุตตันต มีมรรค ๔ เหล่านี้อีก คือ มิจฉาวาจา มิจฉา-
กัมมันตะ มิจฉาอาชีวะ และมิจฉาสติ แต่มรรคดังกล่าวมิใช่เจตสิกโดยเฉพาะ เป็นเพียง
ชื่อของขันธ์สี่ที่ดำเนินไปอย่างนั้น พระอนุรุทธาจารย์จึงไม่รวมมรรคดังกล่าวเข้าไว้ใน
คัมภีร์นี้

(๒๖) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “ชื่อว่า มรรค เพราะให้ถึงเฉพาะหน้าสู่สุคติภูมิ
ทุคติภูมิ และพระนิพพาน องค์อันเป็นทางแห่งมรรค ชื่อว่า มัคคังคะ” ข้อความนั้นไม่งาม
เพราะองค์มิใช่ทางแห่งมรรค แต่มรรคที่เป็นคำพจน์ของทาง กล่าวไว้ในคัมภีร์อรรถกถา
มิใช่องค์

(๒๗) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์นั้นว่า “อีกนัยหนึ่ง องค์ของมรรคที่มีองค์ ๘
ชื่อว่า มัคคังคะ” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะนี้ประสงค์มรรค
หลายประการ [ที่ดีหรือไม่ดี] โดยนัยว่า มรรคที่มีองค์ ๓ มีอยู่ในจิตบางดวง มรรคที่มี
องค์ ๔ มีอยู่ในจิตบางดวง เป็นต้น

๑๘. ชื่อว่า อินทรีย์ เพราะมีสภาพเป็นใหญ่

ถามว่า : ความเป็นใหญ่คืออะไร

ตอบว่า : ความเป็นใหญ่คือความสามารถทำให้ธรรมซึ่งเกิดอาศัยอยู่ในตน
เป็นไปได้ในอำนาจของตนโดยประการทั้งปวง ด้วยเหตุนี้ ธรรมที่กระทำคือทำให้สำเร็จ
ความเป็นใหญ่ของตนในหน้าที่นั้นๆ [มีการเห็นเป็นต้น] จึงชื่อว่า อินทรีย์

อีกนัยหนึ่ง อินทรีย์ คือ ธรรมที่ทำให้ธรรมอื่นกระทำความเป็นใหญ่
ความหมายก็คือ ธรรมที่ยิ่งใหญ่ควบคุม[ธรรมอื่นได้]

[คำว่า อินทุริย มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- ธรรมที่กระทำความเป็นใหญ่ = อินทุฏฐ์ กโรนฺตีติ อินทุริยานิ (อินุท ศัพท์ + กร ธาตุ
+ ณย ปัจจัย)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka