Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

สภาพที่ปฏิปักษธรรมคือความเกียจคร้านทำให้หวั่นไหวไม่ได้ ชื่อว่า วิริยพละ
สภาพที่ปฏิปักษธรรมคือความขาดสติทำให้หวั่นไหวไม่ได้ ชื่อว่า สติพละ
สภาพที่ปฏิปักษธรรมคือความฟุ้งซ่านทำให้หวั่นไหวไม่ได้ ชื่อว่า สมาธิพละ
สภาพที่ปฏิปักษธรรมคือความไม่รู้ทำให้หวั่นไหวไม่ได้ ชื่อว่า ปัญญาพละ
ส่วนธรรมสองหมวดอื่น [หิริพละ โอตตัปปพละ อหิริกพละ และอโนตตัปปพละ]
พึ่งประกอบด้วยความเป็นสภาพที่ตรงข้ามกันและกัน

(๒๑๙) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “แต่อหิริกพละและอโนตตัปปพละทั้งสอง ชื่อว่า
พละ เพราะเป็นสภาพมั่นคงในธรรมที่เกิดร่วมกันเท่านั้น” โดยมุ่งหมายว่า “พลธรรมที่เป็น
บาปสองหมวดประกอบกับปฏิปักษธรรมไม่ได้” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะความมั่นคงใน
ธรรมที่เกิดร่วมกันและความไม่ถูกปฏิปักษธรรมทำให้หวั่นไหวก็เหมือนกันโดยสภาวะ

วิริยพละและสมาธิพละเป็นกุศล อกุศล และอัพยากต
อหิริกพละและอโนตตัปปพละเป็นอกุศล
ส่วนพละอื่นเป็นกุศลและอัพยากต

๒๐. ในคำว่า อธิปติ (อธิบดี) ปติ คือ เจ้านาย กล่าวคือ ผู้เป็นใหญ่
ผู้เป็นใหญ่มี ๒ ประเภทคือ ผู้เป็นใหญ่เฉพาะที่ และผู้เป็นใหญ่ในที่ทั้งหมด
อินทรีย์ทั้งหลายชื่อว่าเป็นใหญ่เฉพาะที่ เพราะเป็นไปในอำนาจของอินทรีย์อื่น
ในวิสัยของอินทรีย์อื่นนั้นแล้ว ทำให้อินทรีย์อื่นเป็นไปในอำนาจของตนในวิสัยของตน แต่
เมื่อถึงฐานะที่เป็นอธิบดีซึ่งเป็นไปโดยพิเศษด้วยการกระตุ้นเตือนก่อนหรือด้วยเหตุที่เคย
เกิดมาในภพก่อน ก็ไม่มีธรรมอื่นที่สองซึ่งเป็นใหญ่ ธรรมที่เป็นใหญ่ยิ่ง จึงชื่อว่า อธิบดี

อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า “อธิบดี คือ ธรรมที่เป็นใหญ่กว่าธรรมซึ่งเป็นไปเนื่องกับ
ตน”

[คำว่า อธิปติ มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- ธรรมที่เป็นใหญ่ยิ่ง = อธิโก ปติ อธิปติ (วิเสสนบุพบท กรรมธารยสมาส อธิ ศัพท์
+ ปติ ศัพท์)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka