ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
- ธรรมที่เป็นใหญ่กว่าธรรมที่เนื่องกับตน = อธีนาน์ ปติ อธิปติ (ฉัฏฐ์ตัปปุริสสมาส
อธีน ศัพท์ + ปติ ศัพท์ ลบ น อักษรและรัสสะ อี ใน ธี เป็น อิ)]
ฉันทาธิปติ หมายถึง อธิบดีคือฉันทะ กล่าวคือ ฉันทะที่ต้องการจะทำ[บุญหรือบาป]
ซึ่งเป็นไปทำให้ธรรมที่เกิดร่วมกันในบุญและบาปนั้นๆ เนื่องกับตนและประดับประคองหน้าที่
ไว้ได้เสมอเหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดพาต้นหญ้า ใบไม้ และขยะลอยไป ด้วยการกระตุ้นเตือน
ก่อนอย่างนี้ว่า “ฉันทฺโต กี นาม กมุม่ น สิชฺฌติ”๓ (ผู้มีฉันทะจะทำกรรมใดไม่สำเร็จหรือ
หรือด้วยฉันทะที่เคยช่องเสพดีมาก่อนในอดีตชาติเป็นเหตุ
แม้อธิบดีอื่นก็มีนัยเดียวกัน
ถามว่า : ในอธิบดีเหล่านี้ อธิบดีธรรมสามอย่างหลัง[คือวิริยะ จิตตะ และวิมังสา]
ย่อมถือเอาโดยไม่สละความเป็นอินทรีย์ เมื่อเป็นอธิบดีอยู่ก็เป็นไปในอำนาจของอินทรีย์
อื่นโดยเนื่องกับหน้าที่ของอินทรีย์ได้มิใช่หรือ
ตอบว่า : ถูกต้องแล้ว แต่หน้าที่ของอธิบดีกับหน้าที่ของอินทรีย์ต่างกัน จึงไม่มี
โทษในข้อนี้ เปรียบเสมือนพระจักรพรรดิราชทรงพระอักษรวิชาทิพย์อย่างหนึ่งจากปุโรหิต
พระองค์หาใช่ไม่เป็นพระจักรพรรดิราชด้วยเหตุเพียงเท่านี้ เพราะพระองค์มิได้ทรงตกอยู่ใน
อำนาจของผู้อื่นด้วยการศึกษา ทั้งนี้เพราะหน้าที่ของความเป็นพระจักรพรรดิราชกับหน้าที่
ในการศึกษาต่างกัน ข้อนี้ก็มีอุปไมยฉันนั้น หน้าที่ของอธิบดี คือการนำหน้าที่ไปได้โดยไม่
เกี่ยวกับหน้าที่พิเศษนั้นๆ [เหมือนจักขุอินทรีย์เป็นใหญ่ในหน้าที่เห็นเป็นต้น] ได้ครอบงำด้วย
กำลังอันใหญ่หลวง ทำให้ธรรมที่เกิดร่วมกันไม่ท้อถอยในหน้าที่ของตนๆ ส่วนอินทรีย์ได้
ปรารภหน้าที่ที่มีการรับรู้สิ่งต่างๆ [ทางตา]เป็นต้น
๒๑. อาหาร คือ ธรรมที่นำสัมปยุตตธรรมไปเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือทำให้เป็น
ไปได้ด้วยความสามารถพิเศษอันเป็นเหตุปัจจัยเฉพาะ โดยความเสมอกันแห่งสหชาตปัจจัย
เป็นต้น
อีกนัยหนึ่ง อาหาร คือ ธรรมที่ทำให้ปัจจัยและปัจจยุปบัน[คือผล]นั้นๆ ซึ่งเกิด
ภายในตน นำตนกับหน้าที่ของปัจจัยและปัจจยุปบันของตนไปได้ด้วยดี ดังพระพุทธจพนะว่า