ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ในสังยุตตนิกายตรัสว่า
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อาหารา ภูตานํ วา สตฺตานํจิติติยา สมภเวสีนํ วา สตฺตานํ
อนุปคุหาย กพฺพีกาโร อาหาโร โอฬาริโก วาสุขุโม วา, ผสฺโส ทุติโย, มโนสญฺเจตนา ตติยา,
วิญฺญาณํ จตุกฺถกํ.๑๙
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาหาร ๔ อย่างนี้ย่อมมีเพื่อความตั้งอยู่ของเหล่าสัตว์ผู้เจริญ
เติบโตแล้ว หรือเพื่อค้ำจุนเหล่าสัตว์ผู้แสวงหาความเจริญเติบโต คือกพพีกาหารซึ่งหยาบ
หรือละเอียด ผัสสาหารที่สอง มโนสัญเจตนาหารที่สาม วิญญาณอาหารที่สี่”
ในพระบาลีนั้น มีพระดำรัสว่า “ผู้เจริญเติบโตแล้ว” คือ ผู้ถึงความเจริญแล้ว
พระดำรัสว่า “ผู้แสวงหาการเจริญเติบโต” คือ ผู้ตั้งอยู่ในกาลเป็นน้ำใส (กลละ)
เป็นต้น
สภาพความเป็นไปของอาหารทั้ง ๔ ดำเนินไปเพื่อความตั้งอยู่หรือค้ำจุน
เหล่าสัตว์ในสังสารวัฏที่ไม่ปรากฏเบื้องต้นหรือในภพนั้นๆ โปรดทราบตามนัยที่กล่าวแล้ว
ส่วนในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า
โก ปเนตฺถ อาหาโร. กี อาหาเรตีติ. กพฺพีการาหาโร โอชฏฐมกรุปานิ อาหาเรติ.
ผสฺสาหาโร ติสฺโส เวทนา. มโนสญฺเจตนาหาโร ตโย ภเว.วิญฺญาณาหาโร ปฏิสนฺธินามรูปํ.๒๐
“[ถามว่า] อะไรคืออาหารในที่นี้ และก่อให้เกิดอะไร [ตอบว่า] กพพีกาหาร
ก่อให้เกิดรูปกลาปที่มีโอชาเป็นที่ ๘ ผัสสาหารก่อให้เกิดเวทนา ๓ มโนสัญเจตนาหาร
[คือกุศลกรรมกับอกุศลกรรม]ก่อให้เกิดภพ ๓ ส่วนวิญญาณอาหารก่อให้เกิดนามรูปที่เกิด
ในขณะปฏิสนธิ”
ข้อความนั้นกล่าวไว้โดยเนื่องด้วยผลที่ปรากฏชัดเจน
การก่อให้เกิดรูปที่มีโอชาเป็นที่ ๘ มิใช่หน้าที่สำคัญของกพพีกาหาร แต่การ
อุปถัมภ์กระแสรูปที่มีสมุฏฐาน ๔ เป็นหน้าที่สำคัญ ดังในพระบาลีตรัสว่า “เพื่อความตั้งอยู่”
และ “เพื่อค้ำจุน” [ไม่ได้ตรัสว่า “เพื่อความเกิดขึ้น”]