Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ปัฏฐาน คือ ธรรมที่เป็นใหญ่ในธรรมที่เกิดร่วมกัน ตั้งมั่นในอารมณ์มีกองรูปเป็นต้น คือดำเนินไปด้วยการผูกจิตไว้ในกองรูปเป็นต้น โดยห้ามจิตไม่ให้ซัดส่ายไปในอารมณ์ต่างๆ

[คำว่า ปัฏฐาน ตัดบทเป็น ป + ฐาน อุปสรรคคือ ป มีอรรถว่า “ประธาน, เป็นใหญ่” ฐาน ศัพท์มีอรรถว่า “ตั้งมั่น” ดังนั้นจึงมีความหมายว่า ธรรมเป็นใหญ่ตั้งมั่นในอารมณ์มีกองรูปเป็นต้น]

คำว่า สติปัฏฐาน คือ ธรรมที่เป็นใหญ่ตั้งมั่นในอารมณ์มีกองรูปเป็นต้น]คือสติ นั่นแหละ

[คำว่า สติปัฏฐาน ในที่นี้มีรูปวิเคราะห์เป็นอวตารณบุรพบท กรรมธารยสมาสว่า สติ เอว ปฏฐานํ สติปฏฐานํ หมายถึง สติ โดยทั่วไป สติปัฏฐาน ศัพท์มักปรากฏในฐานะ ๒ ประการ คือ

- ธรรมที่เป็นใหญ่ตั้งมั่นคือสติ หมายถึง สติ = สติ เอว ปฏฐานํ สติปฏฐานํ (อวตารณ-บุรพบท กรรมธารยสมาส ปฏฐาน ศัพท์เป็นกัตตุสาธนะ)

- ที่ตั้งของสติ หมายถึง อารมณ์ ๔ มีกองรูปเป็นต้น = สติยา ปฏฐานํ สติปฏฐานํ (ฉัฏฐี-ตัปปุริสสมาส ปฏฐาน ศัพท์เป็นอธิกรณสาธนะ)

แต่ในที่นี้หมายถึงนัยแรก ดังปรากฏคำอธิบายในอรรถกถาของมหาสติปัฏฐานสูตรว่า

อิทมิธ อธิปเปตํ๒๕

“ในพระสูตรนี้ทรงหมายเอาธรรมที่เป็นใหญ่ตั้งมั่นคือสติ”

เมื่อควรกล่าวว่า “จตฺตาริ สติปฏฐานานิ” แต่กล่าวว่า “จตฺตาริ สติปฏฐานา” เพราะมองหาความเป็นธรรม

[คำว่า สติปัฏฐาน ตามหลักภาษาเป็นนปุงสกลิงค์ เพราะบทที่ลง ยุ ปัจจัยมักใช้เป็น นปุงสกลิงค์ จึงควรกล่าวเป็นรูปว่า สติปฏฐานานิ แต่พระอนุรุทธอาจารย์กล่าวเป็นรูปปุงลิงค์ว่า สติปัฏฐานา เพราะคำนี้หมายความถึงธรรมซึ่งภาษาบาลีใช้รูปเป็นปุงลิงค์ว่า ธมฺม จึงประกอบรูปว่า สติปัฏฐานา โดยคล้อยตามข้อความที่ศัพท์ระบุถึง เหมือนคำว่า สติปฏฺฐาโน ธมฺโม = ธรรมที่เป็นสติปัฏฐาน, จิตฺโต ธมฺโม = ธรรมคือจิต, จิตฺตา ธมฺมา = ธรรมทั้งหลายคือจิต (ดู สัททนีติ ปทมาลา หน้า ๓๗๑-๗๒)]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka