Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

เลือดในสรีระของเราจงแห้งเถิด เมื่อยังไม่บรรลุธรรมที่พึงบรรลุด้วยความบากบั่นอุสาหะ
ของบุรุษแล้ว ความหยุดยั้งแห่งความเพียรจักไม่มี)

ความเพียรชอบแม้มีประการเดียวที่เป็นไปเช่นนั้น ก็แบ่งออกเป็น ๔ อย่างด้วย
ความสำเร็จแห่งหน้าที่ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อุุปปุนนาน์ (ความเพียรเพื่อขจัดบาป
อกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ความเพียรเพื่อห้ามบาปอกุศลธรรมที่ยังมิได้เกิดขึ้น ความเพียร
เพื่อยังกุศลธรรมที่ยังมิได้เกิดให้เกิดขึ้น และความเพียรเพื่อยังกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญ
ยิ่งๆ ขึ้นไป) เป็นต้น

ในประโยคนั้น คำว่า อุุปปุนนาน์ ปาปกาน์ (บาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว) คือ
บาปอกุศลที่ประจักษ์โดยความเกิดขึ้นในกระแสจิตของตนว่า เราได้กระทำบาปอกุศลนี้ไว้
ในกาลโน้นหรือในที่โน้น บาปอกุศลนี้จึงเกิดขึ้นแล้วแก่เรา

คำว่า ปหานาย (เพื่อขจัด) มีความหมายว่า เพื่อกระทำให้บาปอกุศลไม่มีสภาพ
เกิดอีกในกระแสจิตของตนตั้งแต่วันนี้ตราบจนถึงวันปรินิพพาน

คำว่า วายาโม (ความเพียร) คือ ความเพียรมั่นในการรักษาศีลให้หมดจดและใน
การเจริญภาวนาคือสมถะกับวิปัสสนา

คำว่า อนุปปุนนาน์ (ที่ยังมิได้เกิดขึ้น) มีความหมายว่า ที่ไม่เคยประจักษ์ว่าได้
เคยเกิดขึ้นในกระแสจิตของตน แต่ประจักษ์เพราะเห็นหรือได้ยิน[เรื่องที่เกิดขึ้น]ของคนอื่น
หรือในพระสูตรทั้งหลาย

คำว่า อนุปปาทาย (เพื่อห้าม) มีความหมายว่า เพื่อขจัดมูลเหตุแห่งการเกิดขึ้น
ของอกุศลมูลในกระแสจิตของตนโดยใคร่ครวญว่า อกุศลมูลทำให้เหล่านี้สัตว์นี้สั่งสมกิเลส
หรือบาปอกุศลอย่างนี้มีอยู่ในเราเสมอ เรายังไม่พ้นจากกิเลสหรือกรรมเหล่านั้น เราอาจจะก่อ
ให้เกิดกิเลสหรือกรรมนั้นในกระแสจิตของตนในวันพรุ่งนี้ วันมะรืนนี้ หรือในภพอื่นได้

คำว่า อนุปปุนนาน์ กุสลาน์ (กุศลธรรมที่ยังมิได้เกิดขึ้น) มีความหมายว่า เพื่อ
บรรลุธรรมอันหมดจดเบื้องสูงที่ยังมิได้บรรลุในเมื่อเวลา[อุบัติเกิดของพระพุทธเจ้า]ยังไม่
ล่วงไปโดยเข้าใจว่า เรายังมิได้บรรลุถึงธรรมอันหมดจดนี้ในกุศลธรรมที่เกิดในภูมิ ๔ ซึ่ง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka